ขุดชีวิต “ตุ๊ดสลัม” พ่อติดผงบ้านติดสุสาน ปัจจุบัน “ขาใหญ่” สื่อบันเทิง

11414769_882956821750243_1430636189_n

ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชนกับ มาดามเดซี่ ก่อนที่จะมาเป็นตุ๊ดเงินล้าน เธอเคยเป็นเด็กสลัมหากินโดยการเก็บขยะมาก่อน ด้วยความรักดี ตั้งใจเรียน จนจบปริญญาตรี ปัจจุบันกลายเป็น มาดามเดซี่ เจ้าของธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ ที่หลายรายการดึงตัวไปร่วมท็อล์กโชว์ เกิดจากสลัมดงยาเสพติด  “ตั้งแต่เกิดจนจำความได้ บ้านของเราอยู่ในดงสลัม ติดกับป่าจาก ติดกับสุสานคนจีน บ้านเป็นกระตอบ ตอนนั้นรู้สึกรักบ้านหลังนี้มาก เพราะมันเป็นบ้านของพ่อแม่เราสร้างมา ถึงมันจะไม่ใหญ่ไม่โต แต่มันเป็นบ้านของเรา มีพ่อแม่อยู่ครบหน้าครบตา”

“แต่อาจด้วยเพราะพ่อติดยาเสพติด หาเงินมาได้เท่าไหร่ก็เอาเงินไปเล่นยาเสพติดหมด แม่คงทนไม่ไหว ตรงนี้เราเข้าใจนะว่าใครจะเอาอนาคตมาฝากไว้กับคนที่ติดยา บอกตามตรงว่าตอนเด็กๆเราก็รู้นะว่ายาเสพติดมันไม่ดี และก็เข้าใจแม่ที่ต้องทิ้งพ่อไปแล้วไปแต่งงานใหม่ ถามว่าตอนนั้นเสียใจไหม ที่ครอบครัวแตกแยก พ่อแม่เลิกกัน บอกเลยว่าเสียใจมาก ร้องไห้ทุกวัน อยากให้แม่กลับมาอยู่กับพ่อเหมือนเดิม พ่อเราก็เสียใจมากตอนที่แม่บอกเลิกแล้วก็ทิ้งพ่อไป แต่พอระยะเวลาผ่านไปมันก็รักษาบาดแผลใจเอง”

ตอนนั้นเลือกที่จะอยู่กับพ่อมากกว่าเพราะสงสารพ่อไม่มีใคร ส่วนแม่ก็ติดต่อกันตลอด แม่จะคอยเป็นกำลังใจให้เสมอ ส่งเงินมาให้ใช้บ้าง แต่เดซี่ก็หาเงินเองด้วยเห็นว่าเก็บขยะขายด้วย? “ใช่ค่ะ เราทำทุกอย่าง อะไรที่มันได้เงินทำหมด เก็บขยะขาย เก็บเงินในกระทงวันลอยกระทงจนเกือบจมน้ำตายมาแล้ว กระเป๋ารถสองแถวก็เคยทำ กลับจากโรงเรียนก็ไปขอข้าววัดกินเพราะตอนนั้นหลวงน้าบวชเป็นพระเราก็เลยไปเอาขนมที่วัดมากินได้ เลือกปลาแยกปลาตามแพปลาก็เคยทำ”

11293017_882956825083576_887628178_n

งานอะไรที่รู้สึกว่าเหนื่อยที่สุด “มันก็เหนื่อยหมดนะ สำหรับเด็กคนหนึ่งที่ต้องทำงานเลี้ยงตัวเองตั้งแต่เด็ก อย่างเก็บขยะร้อนก็ร้อน บางทีก็โดนตะปูตำบาง กระเบื้องบาดบ้างก็ต้องอดทน เพราะถ้าไม่ทำเราก็ไม่มีเงินกิน อย่างไปเลือกปลากว่าจะเสร็จก็ตี 2ตี 3 เช้ามาต้องไปเรียนหนังสืออีก พอเรียนจบ ม.3 ก็ลองไปสมัครงานโรงงาน ด้วยความที่เราเป็นเด็กตัวผอมๆไม่ค่อยมีแรง แต่โรงงานให้เราไปยกแม่พิมพ์รองเท้าซึ้งหนักมาก แล้วเราก็ทำแม่พิมพ์รองเท้าล้มด้วย ดีนะที่ไม่ทับตัวเรา ไม่งั้นอาจพิการไปแล้วก็ได้ขายดอกไม้ผ้าตามตลาดนัด งานนี้ไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่ ได้เงินดี แต่การค้าขายมันต้องมีขาดทุนได้กำไรบ้าง”

อยู่ในดงยาเสพติดเคยทดลองยาเสพติดหรือเปล่า “ก็เคยนะ แต่เราไม่ติดเพราะเราเสพมันไม่เป็น และเราก็คิดว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปเล่นยาเสพติด เราเห็นคนเล่นยา ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย ครอบครัวแตกแยก เงินไม่พอใช้ โดนตำรวจจับบ้าง อันนี้กลัวที่สุดเราไม่อยากติดคุก”

11261475_871319046247354_1820550173_n

แล้วเข้าวงการนักข่าวได้อย่างไร “บอกตามตรงเลยเราไม่เคยชอบงานที่เกี่ยวกับการเขียนการอ่าน หรือต้องมาสัมภาษณ์ใคร  เราเป็นคนเก่งวิชาเลขมาก เราอยากเป็นครูสอนเลข อยากทำงานเกี่ยวกับตัวเลข แต่ตอนที่เราเรียนจบ กศน.มปลาย เราก็มาสมัครเรียนที่รามคำแหง ตอนนั้นเพื่อนๆเลือกที่จะเรียนสื่อสารมวลชนกันเยอะ เราก็เลยเรียนตามเพื่อน แต่พอเรียนไปเรียนมาผ่านไป 3ปี เอ๊ะนี่เราเก็บหน่วยกิจได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ ใกล้จะจบแล้วนะ ด้วยความที่เราเรียนมาแล้ว จะหันไปเรียนคณะอื่นก็เสียเวลา ยิ่งบ้านเราฐานะยากจน เราก็ต้องยิ่งรีบเรียนให้จบไวๆเพื่อจะได้ออกมาทำงาน พอเรียนจบเราก็มาเป็นนักข่าวเลย”

11541171_882956828416909_752976551_n

กว่าจะมาเป็นเจ้าแม่สื่อบันเทิง “คำว่าเจ้าแม่สื่อบันเทิงมันดูยิ่งใหญ่และท้าทายมากนะ เพราะอย่างที่รู้คนที่เป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่วงการสื่อเขามีอยู่แล้ว เพียงแต่วันหนึ่ง อาจารย์ลักษณ์ เรขานิเทศน์ เคยฟันธงไว้ว่าอนาคตเราจะได้เป็นเจ้าแม่สื่อบันเทิงคนใหม่ แต่ไม่ได้มาแทนพี่ติ๋มทีวีพูลนะ เราเป็นอีกรุ่นหนึ่งยุคหนึ่งของวงการสื่อบันเทิง ตอนนั้นเราทำงานเป็นนักข่าวประจำอยู่ที่สำนักพิมพ์หนึ่ง ถามว่าเราประสบความสำเร็จกับอาชีพนักข่าวไหม บอกเลยว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก จากเด็กสลัมไม่มีอะไรเลย พอได้มาทำงานเป็นข่าวเติบโตจนได้เป็ฯบรรณาธิการบริหาร เก็บเงินได้ก้อนหนึ่งก็ไปซื้อบ้านซื้อรถเป็นของตัวเอง อยู่มาวันหนึ่งเรารู้สึกว่าเราอิ่มตัวกับการเป็นลูกน้อง เรามีฝันอยากเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ จึงตัดสินใจลาออกจากที่เก่ามาเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง และตอนนี้ก็มีหนังสือบันเทิงในเครือของตัวเองเกือบ 10 ฉบับแล้ว มีเงินหมุนเวียนต่อปีหลัก 10 ล้าน”

การทำข่าวประเภทจิกกัดไม่กลัวถูกฟ้องเหรอ? “เราเขียนข่าวจากความจริงจากสัมภาษณ์ดารา เราไมได้ใส่ร้ายป้ายสีเขา เราไม่ได้ไปด่าเขา เขาจะมาฟ้องเราทำไม บางทีการพลาดหัวข่าวของเราอาจจะดูแรงๆไป แต่เราก็เคยผ่านการอบรมการเขียนข่าวอย่างไรไม่ให้ติดคุกมาแล้ว”

มาถึงเรื่องความสวยบ้างปัจจุบันแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก? “มันเป็นวิวัฒนาการของเรามากกว่า สมัยก่อนเราไม่ค่อยมีเงินไง ก็เลยแต่งตัวธรรมดา ไม่มีทุนทรัพย์ที่จะไปเสริมโน้นผ่านี่ แต่พอเราประสบความสำเร็จเรื่องการงานแล้ว เราก็หันมาดูแลเอาใจใส่ตัวเองบ้าง ให้รางวัลกับตัวเองบ้าง ในเมื่อเราเกิดมาเป็นกะเทย แล้วเราจะมาแอ๊บทำไม เราตัดสินใจเพียงข้ามคืน วันรุ่งขึ้นไปต่อผมยาวถึงหลังเลย ขนาดแม่มาเจอเรายังจำเราไม่ได้เลยว่านี่ลูกชายฉันเหรอเนี่ย(หัวเราะ) จากนั้นก็มีคนอาสาทำหน้าอกให้เรา ทำให้ฟรี เราก็เอาสิแหมลาภมาถึงปากขนาดนี้ ตัดสินใจเพียงคืนเดีวเช่นกัน วันรุ่งขึ้นก็ไปเสริมหน้าอกทันที ถามว่าทำไมเรากล้าขนาดนี้ ก็แหม เขาเสริมหน้าอกกันทั่วโลกไม่เห็นมีใครตายนิ แถมสวยกันด้วย ตอนผ่าตัดก็คิดว่าเดี๋ยวหมอก็วางยาสลบ ตื่นมาก็มีนมแล้ว”

11264374_871890969523495_905371821_n

แปลงเพศแล้วด้วย? “นี่ก็ตัดสินใจเพียงวันเดียวอีกเช่นกัน คือตอนแรกเราเคยพูดกับเพื่อนไว้ว่าเราอยากทำศัลยกรรมทุกอย่างให้มันสวย แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราไม่ทำเด็ดขาดคือการผ่าตัดแปลงเพศ ผ่าหน้าอกไปได้ 2-3 ปีมั้ง ทุกครั้งที่อาบน้ำเรารู้สึกว่า หุ่นเราก็ดีนะ หน้าตาเราก็สวยขึ้น นมเราก็มี แต่เอ๊ะ ข้างล่างเนี่ยมันคือเนื้องอกชัดๆ อีกอย่างเวลาแต๊บมันก็เจ็บๆนะ บางทีมันสีกับข้างขาเราพองเป็นแผลเลย ก็มีอยู่วันหนึ่งพอแล้วกับไอ้จู๋ ไหนๆเราก็เป็นหญิงแล้วจะเหลือไว้ทำไมอีก1อย่าง ตัดมันทิ้งไปซะสิ้นเรื่องสิ้นราว”

ชีวิตดีขึ้นไหมหลังจากผ่าตัดแปลงเพศ? “สมบูรณ์ขึ้นนะ คือเรามีครบทุกอย่างเป็นหญิงเต็มตัว ไม่ต้องรอชาติหน้าแล้ว เราขอเป็นหญิงชาตินี้แหละครึ่งหนึ่งของชีวิตเราเคยเป็นผู้ชาย แล้วอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตที่เหลือเราขอเป็นตัวของตัวเองดีกว่าก็เลยตัดสินใจแปลงเพศ”

11291772_871887986190460_888788544_n 11276177_871888022857123_1619508849_n

การผ่าตัดแปลงเพศมีส่วนส่งเสริมในเรื่องของความรักด้วยหรือเปล่า? “มีส่วนนิดหน่อยแต่ไม่มาก เราเป็นคนโชคดีที่เจอผู้ชายรักจริงทุกครั้ง แต่ที่ผ่านมาเราเลือกที่จะเดินจากเขาไปเอง อาจเป็นเพราะเราเก่งเกิน เราดูแลตัวเองมาตั้งแต่เด็กจนไม่มีใครมาเป็นผู้นำเราได้ ส่วนผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตเราเขาก็อยากเป็นผู้นำ บางทีเราจะอาศัยความรักอย่างเดียวไม่ได้ การที่คนเราจะอยู่ด้วยกันได้มันต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันด้วย เราไม่ชอบผู้ชายที่ขี้หึง มีความรู้สึกว่าน่ารำคาญ”

loading...

ข่าวฮอตน่าสนใจ