กว่าจะมีวันนี้ เส้นทางของนักวิจัยเคมีเครื่องสำอาง ฝ่าความยากกับการเรียนเฉพาะทางมา6ปี

กว่าจะมีวันนี้ เส้นทางของนักวิจัยเคมีเครื่องสำอาง ฝ่าความยากกับการเรียนเฉพาะทางมา 6 ปี เพื่อความฝันอยากให้สาวๆสวยอย่างปลอดภัย ในราคาสบายกระเป๋า

เด็กสาวจากจังหวัดนครราชสีมา ดวงทิพย์ ปานรักษา (อุ้ม) เด็กสาวผิวคล้ำแทน เคยถูกเพื่อนล้อและดูถูกว่าไม่สวย ดำเหมือนอีกา และไม่ใช่คนเรียนเก่ง เรียนสายวิทย์คณิตอยู่ห้องท้ายสุดของสาย จากพื้นฐานครอบครัวรับราชการทุกคน แต่ตัวเราเองคิดและชอบการค้าขาย ชอบขายของมาตั้งแต่เด็กๆ เคยเอาขนมไปขายที่โรงเรียน มีรายได้อาทิตย์ละ 4-5 ร้อยบาท แค่นี้เราก็ดีใจมากแล้ว เราจึงคิดว่าเอ็นทรานซ์เข้าอะไรดี เอาที่ออกมาทำอะไรขายได้ ตอนนั้นมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีสอบตรง จึงไปสอบและได้มีโอกาสเข้าศึกษาต่อในคณะวิทยาศาสตร์ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยขอนแก่น

cafe_9

ตอนนั้นคิดแค่ว่า อย่างน้อยเราจบเคมีมาก็น่าจะมีความรู้เอาไปต่อยอดทำสินค้าขายทำธุรกิจขายได้ แต่ตอนนั้นในความคิดยังชัดเจนว่าจะเป็นธุรกิจอะไร การเรียนในมหาวิทยาลัยค่อนข้างลำบาก เพราะเรียนหนักมาก เรียนในศาสตร์วิชาที่ลึกและมีความยากมาก จึงพยายามเคี่ยวเข็นตัวเองให้เรียนจบให้ได้ พอเรียนจบกำลังบังเอิญไปเห็นประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงว่ามีสอนในระดับปริญญาโท ด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง ณ วินาทีนั้นคิดเลยว่า ใช่เลย นี่แหละคือสิ่งที่ชั้นรอ โดยส่วนตัวเป็นคนชอบความสวยความงามอยู่แล้ว พอเข้าเรียนในระดับ ป.โท ก็เริ่มดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น ทั้งหน้าตา ผิวพรรณ การดูแลรูปร่าง แต่งตัวเป็นมากขึ้น ทำให้คนทักว่าไปทำอะไรมาดูดีขึ้น

cafe_7

ระหว่างที่เรียน เราตั้งเป้าหมายไว้ตั้งแต่แรกเข้าแล้วว่า วันนึงเราต้องทำแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเองโดยใช้ความรู้จากที่เราเรียนมาทั้ง ป.ตรีและ ป.โท รวมกันเพื่อให้ได้สูตรครีมที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ระยะเวลา 2 ปีที่เรียนปริญญาโทได้ทดลองทำสูตรเครื่องสำอางมากมาย ทดสอบทั้งสารสกัด ประสิทธิภาพ และทดลองกับผู้ใช้จริง จนได้สูตรที่คงตัวและมีประสิทธิภาพ และงานวิจัยที่ทำเพื่อจบการศึกษาเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดชาขาวในเซรั่มเพื่อใช้ต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งได้ผลการทดลองที่ดีและใช้ได้ผลจริง ณ ปัจจุบัน เซรั่มชาขาว เป็นเซรั่มตัวหลักตัวหนึ่งของแบรนด์ที่เน้นตอบโจทย์ลูกค้าที่เน้นลดริ้วรอย รายงานวิจัยฉบับย่อ สามารถอ่านได้จากลิ้งนี้

www.mfu.ac.th/school/cosmeticscience/research13/16_DPPH.pdf

เมื่อเรียนจบแล้ว ได้กลับมาอยู่ยังภูมิลำเนาบ้านเกิดของตัวเอง เพื่อทุ่มเวลาทุ่มแรงกายแรงใจ ให้กับการสร้างแล็ปของตัวเอง และสร้างแบรนด์เอแคร์คอสเมติกตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า เราอยากเป็นเจ้าของแบรนด์ที่มีแล็ปเป็นของตัวเองและได้ใช้ความรู้เพื่อวิจัยและพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพออกมาขายในราคาย่อมเยาที่ทุกคนเข้าถึงได้ แบรนด์เอแคร์คอสเมติกก่อตั้งมาทั้งหมด 3 ปี ในปีแรก เรามีสินค้า 6 ผลิตภัณฑ์หลักของแบรนด์ ซึ่งตอนนั้นทำขายแบบไปเรื่อยๆ เราคิดว่าเราจะขายสบายๆ ชิลๆ และยอดขายมันก็กระเตื้องขึ้นช้ามาก จนเราคิดว่า เราขาดอะไรไปรึเปล่า จนรู้ว่าตัวเองทำการตลาดไม่เป็น นำเสนอสินค้าไม่ค่อยเก่ง

cafe_8

cafe_1

จึงต้องหาทางพัฒนาตนเองเพื่อให้มีความรู้ด้านการบริการธุรกิจ จึงได้ตัดสินใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท (ใบที่สอง) ที่คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อได้เข้าไปเรียนแล้ว เราก็ได้ความรู้มากมาย ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้ และหลักการบริการจัดการนั้นได้นำมาใช้จริงถึงทุกวันนี้ รวมถึงเพื่อนๆที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจหลายคนเราก็ได้เรียนรู้จากตรงนั้น จึงมาปรับใช้กับธุรกิจ จนยอดขายทะยานขึ้นอย่างพุ่งพรวดในปีที่สอง มีตัวแทนมากกว่า 70 คน ในปีที่สอง และจึงได้ตัดสินใจเปิดหน้าร้าน A.C.LABORATORIES & ACARE COSMETIC ที่ในซอยสำเพ็งโคราช เพื่อเป็นหน้าร้านให้ลูกค้ามาปรึกษาผิว เลือกชมสินค้า และเพื่อให้ตัวแทนมารับสินค้าที่หน้าร้านได้ รวมถึงการให้คำแนะนำกับตัวแทนในส่วนของการขายสินค้า ปัจจุบันเอแคร์เข้าสู้ปีที่ 3 แล้ว วันนี้เรามีตัวแทนทั่วประเทศมากกว่า 300 คน ตัวแทนทุกคนเริ่มต้นจากเป็นลูกค้าเดิมมาก่อน  ใช้ดี เห็นผล จึงอยากบอกต่อ และช่วยให้มีรายได้ และได้โบนัสเป็นทองด้วย

cafe_6

cafe_2

แนวทางหลักของแบรนด์เอแคร์คอสเมติกคือผลิตภัณฑ์ที่เน้นความปลอดภัยมาอันดับหนึ่ง ในระดับที่เห็นผล และทุกคนสามารถเข้าถึงได้ในราคาไม่แพง ในราคาหลักร้อยบาท ด้วยการแนะนำแบบตรงจุด ตรงไปตรงมา ไม่มโน ไม่มีการโฆษณาเกินจริง ไม่ยัดเยียดขายสินค้า นี่คือจุดทำให้เราได้ใจลูกค้า สินค้าของเรามีครอบคลุมตอบทุกโจทย์ ทั้งรักษาสิว ลดฝ้า ลดกระ จุดด่างดำ ปรับผิวหน้าขาวใส กระชับรูขุมขน ลดอาการแพ้ครีม สิวเห่อแดงจากการใช้ครีมมีสาร เอแคร์ตอบได้ทุกโจทย์ ณ วันนี้ มีลูกค้าเข้ามาปรึกษาผิว สอบถาม และใช้ผลิตภัณฑ์กันมากมาย การตลาดหลักของแบรนด์ คือ เน้นบอกต่อปากต่อปาก สินค้าดังของแบรนด์ที่ได้รับการบอกต่อมากที่สุดคือ ชุดรักษาสิว โดยใช้สารสกัดจากพืช 95% มีความบริสุทธิ์สูง ไม่มีสี น้ำหอม แอลกอฮอล์ เราทำสูตรขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผิวมีสิว ที่แพ้ง่าย ใช้อะไรก็ยาก อย่างเคสหนักๆของลูกค้าเช่น อาการผิวติดสาร โดนสารปรอทหรือสารเสตียด์รอยมา ชุดสิวก็สามารถรักษาให้หายขาดได้จริง คนเป็นสิวหนักๆมาใช้ก็หาย เห็นผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ โดยที่สิวไม่กลับมาขึ้นอีก จึงเป็นจุดที่ทำให้ลูกค้าที่ใช้จริงบอกต่อและรีวิวกลับมาให้เรานับหลายร้อยรีวิวที่เห็นผลจริงชัดเจน

cafe_0 cafe_5

cafe_4

จากความสำเร็จดังกล่าว คุณอุ้มได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรบรรยายในเรื่องเกี่ยวกับ “การใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาต่อยอดสร้างอาชีพได้อย่างไร” ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้เป็นวิทยากรแนะนำน้องๆภาควิชาเคมี ว่า “เรียนเคมีแล้ว สามารถไปต่อยอดอาชีพอะไรได้บ้าง”ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เพื่อเป็นแนวทางให้กับเด็กรุ่นใหม่ ว่าเราสามารถประยุกต์ความรู้ที่เราเรียนมา ให้เป็นอาชีพที่เรารักได้ และเมื่อเราได้ทำสิ่งที่เรารัก ทุกอย่างมันจะออกมาดีอย่างที่สุด

cafe

ล่าสุดนี้แบรนด์เอแคร์คอสเมติกได้รับรางวัลคุณภาพผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2559 ซึ่งเป็นรางวัลที่ยืนยันถึงคุณภาพและการยอมรับจากลูกค้า กว่า 3 ปี บนเส้นทางแห่งการสร้างแบรนด์ วันนี้เอแคร์ได้เข้าไปอยู่ในใจของลูกค้า ถึงจะไม่ได้เป็นแบรนด์ใหญ่โต แต่ในอนาคตเราจะพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งและจะโตขึ้นเรื่อยๆ คุณอุ้มเจ้าของแบรน ขอขอบพระคุณลูกค้าและตัวแทนทุกท่าน ที่ไว้ใจและเชื่อมั่นในตัวสินค้า  ขอบพระคุณค่ะ

 

สามารถติดต่อสอบถาม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

FB: A.C.LAB & ACARE COSMETIC

IG: ACARE_OFFICIAL

loading...

ข่าวฮอตน่าสนใจ