ไม่สวยผิดเสมอ!!! แฝดสุดทน ช้ำรัก งานหด เงินหาย ทุบกระปุกก้อนสุดท้ายบินตรงศัลยกรรมเกาหลี เปลียนชีวิต

ไม่สวยผิดเสมอ!!! แฝดสุดทน ช้ำรัก งานหด เงินหาย ทุบกระปุกก้อนสุดท้ายบินตรงศัลยกรรมเกาหลี เปลียนชีวิตจุดเปลี่ยนที่ทำให้ลุกขึ้นมาอยากสวยหนะหรอคะ เรื่องผู้ชายล้วนๆเลยค่ะ ชอบใครก็ไม่เคยสมหวัง ไอ้เราก็ดันเสปคสูงซะด้วย เคยใช้ความกล้าอย่างที่สุดในชีวิตโทรไปจีบรุ่นพี่ ตื้ออยู่เป็นเดือนๆ สุดท้ายก็เห็นเค้าเดินจูงมือมากับสาวหมวยหน้าตาจิ้มลิ้ม หลีดโรงเรียน โมเม้นนั้น แทบจะล้มทั้งยืนกลางโรงอาหารค่ะ (อีกครั้ง ! คนสวยคงไม่เข้าใจ T T)
หลังจากสูญเสียน้ำตาไปเต็มตุ่มครั้งนั้น ทำให้เราตั้งปณิธานว่า “ค่อยดูนะ ชั้นจะทำให้พวกนายๆๆและก็นาย เสียดายที่ไม่ได้ชั้น !

รูปนี้ตอนปี 1 หลังสอบติดคณะอักษรจุฬาได้ทั้งคู่ (พูดเลยว่าสมองพี่ก็สวยประมาณหนึ่ง) ตอนนั้นก็เริ่มอัพสวยเบื้องต้น เช่น ดัดฟัน ใส่บิ๊กอาย ต่อผมให้บังกรอบหน้าเยอะๆ เริ่มแต่งหน้าปกปิดรอยสิว และทานอาหารเสริมบำรุงผิวทีนี้ก็สวยขึ้น 2 เลเวล เริ่มมีผู้ชายมาติดพัน บ้างก็ติด3พัน ! เอ้ย ไม่ใช่และ>< ! แต่ตอนนั้นเรื่องศัลยกรรมยังไม่เป็นที่ยอมรับมากในหมู่นักศึกษา กลัวเพื่อเม้าค่ะ (จริงๆยังไม่มีตังค์) โครงการศัลยกรรมจึงต้องพักไว้ก่อนพอเรียนจบเท่านั้นแหละ หอบเงิน15000 ไปคลีนิคแถวๆรัชดา ที่ได้ดั้งแรกมาแล้วค่ะ บอกหมอว่าขอธรรมชาติ ก็ได้ธรรมชาติสมใจเลยค่ะ เพื่อนบอกที่แกทำมาแล้วหรอ … เสียเสวฟ ตัดสินใจไปแก้ในปีถัดมา ภาพนี้จมูกแท่งที่ 2 นะคะ โด่งพุ่ง ถือว่าพอใจพอสมควร แต่มองบางมุมมันแหลมเหมือนจะทะลุ อยู่กับแท่งนี้มาเกือบ 5 ปี มันเริ่มใสขึ้น เวลาเจออากาศเย็นๆ มันก็จะแดงขึ้นมา ใครมีอาการแบบนี้ ควรรีบไปแก้ซะนะคะ มันเป็นสัญญาณของการใกล้ทะลุค่ะแก้จมูกรอบ 3 จึงเกิดขึ้นแท่งนี้ เอารูปใหม่ดาวิกา ไปให้หมอคลินิคแถวราชเทวี สนนราคารอบนี้ ใช้กระดูกหลังหูรองปลายจมูก สนนราคาประมาณ6 หมื่นปรากฎออกมาแกนใหญ่มาก ทำให้หน้าดูแข็ง และแมนในบางมุมค่ะ เพื่อนๆเกือบทุกคนบอกว่า แท่งเก่าดีกว่า (คือ แท่งที่เกือบทะลุ) จึงตัดสินใจ กลับไปตายรังที่คุณหมอท่านที่สอง
รอบนี้ก็ขอทรงเดิม แต่ให้ออกมาแกนเรียวเล็กลง และใช้กระดูกหลังหูอีกข้าง เสริมตรงปลายให้มีหยดน้ำมากขึ้น รอบนี้หมอปรับราคาขึ้นจากเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เกือบแสน ราคาโหดเอาเรื่องเลยค่ะ เอาหวะ! กัดฟันจ่ายไป รอบนี้ต้องจบ!รูปนี้หลังทำได้ประมาณ 2 เดือน บางคนอาจชอบทรงนี้ดูพุ่งโด่งสุดๆไปเลย เราควรจบถูกมั้ยคะ แต่มันไม่จบค่ะคุณผู้โชมมม รอบนี้ปรากฏว่า ทั้ง เบี้ยว ทั้งใหญ่ไม่พอใจอีกตามเคย พอเลยค่ะ พอออ จะไม่แก้ที่ไทยเป็นครั้งที่6แล้ว !ประจวบกับช่วงนั้นศัลยกรรมเกาหลีกำลังเป็นที่ฮือฮาในไทยมากขึ้นจากหลายรายการ เราเลยศึกษาพบว่าเทคนิคเค้าล้ำและละเอียดกว่าที่ไทยมาก เลยตั้งหน้าตั้งตาเลือกอยู่หลายรพ. รวมทั้งเลือกหมอที่ทำออกมาในสไตล์ที่เราชอบ (สำคัญที่สุดคือต้องปลอดภัย) +เก็บเงินกันอยู่ เกือบปี (ฝาแฝดใช้เงินคูณสองเสมอค่ะ TT) บินไปรอบนี้ ตัดสินใจว่า ไหนๆจะไปขึ้นเขียงครั้งใหญ่แล้ว เอาให้เป๊ะปังทุกองศาไปเลยค่ะ !!หอบเงินหลักล้านไปปรึกษา คุณหมอวันแรก ได้มีการ วิเคราะห์รูปหน้า สแกนกระโหลก

ตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้น ว่าทำได้มั้ย ถ้าไม่ผ่านด้วยกรณีต่างๆเค้าก็จะไม่รับทำเลย  เลือกแบบที่อยากได้ เรียบร้อยก็พร้อมขึ้นเขียงค่ะ ถามว่ากลัวมั้ย ? ไม่เลยยย กลัวไม่สวยมากกว่าค่ะ 555ก่อนผ่าตัด ต้องงดน้ำและอาหาร 8 ชม. เพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่ แนะนำให้จัดบุฟเฟ่ต์หนักๆไปเลยค่ะ(เน้นโปรตีน)สะใจจริงๆ ว่ะฮะฮะฮะได้เวลาขึ้นเขียง หมอก็จะเอาปากกา marker มาวงๆตามที่คุยกันไว้ บางท่านก็เอาตัวอย่างรูปที่เรานำไปขึ้นจอไว้เลย จะมีล่ามและนางพยาบาลหน้านางฟ้าคอยแปลและดูแลให้กำลังใจเราอยู่รอบเตียง จากนั้น เค้าก็เอาเข็มเล็กๆเจาะข้อมือและดมยาสลบ จากนั้น ไม่ถึง10วิ ภาพก็ตัดไปเลยค่าาาใช้เวลาผ่าตัดเบ็ดเสร็จรวม 8 ชม. โดยคุณหมอ2ท่าน สรุปให้ฟังนะคะว่าทำอะไรบ้าง1 แก้จมูกแบบopen แต่งฐานกระดูกใหม่ทั้งหมดให้เรียวเล็กรับกับแท่งซิลิโคนราวกับเป็นเนื้อเดียว พร้อมรองปลายด้วยกระดูกอ่อนหลังหูกันทะลุ + เก็บปีกจมูกให้เล็กลง 2 ผ่าตัดลดโหนกแก้ม 3 ผ่าตัดลดขนาดกรามและคาง เรียก V line 4 ทำตาสองชั้นสไตล์เกาหลี ชั้นบางเป็นธรรมชาติ 5 ทำ dark eye circle แก้ปัญหาใต้ตาดำคล้ำให้กระจ่างใสไร้ร่องลึกแบบถาวร 6 ฉีดไขมันทั่วใบหน้าด้วยไขมันตัวเองจากต้นขา เพื่อให้หน้าดูอิ่มและเด็กลง 7 ดูดไขมันแก้มล่าง และ เหนียงเหมือนผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง ขอต้อนรับสู่ชีวิตใหม่ เราถูกปลุกให้ตื่นด้วยการ เขย่าตัวและเรียกชื่อเบาๆ เอาสายออกซิเจนออก และถูกย้ายไปที่ห้องพักฟื้นความรู้สึกแรก คือ คอแห้งผาก ไม่รู้สึกเจ็บหรือปวด แต่รู้สึก ตึงไปหมด และหายใจไม่สะดวก (เพราะมีผ้าก๊อตอุดจมูกซับเลือดอยู่) ท่อเดรนเลือดเสียและเสาน้ำเกลือผสมยาแก้ปวดถูกวางไว้ข้างเตียง ถ้าเป็นเคสใหญ่แบบนี้ นอนรพ.1 คืนนะคะ เคสเล็กที่ไม่ต้องเดรนเลือด กลับไปพักที่ โรงแรมได้เลย

 

อาการต่อมาคือ มึนยาสลบค่ะ นอนทั้งวัน กินอะไรเข้าไปก็อ้วกออกหมด เชื่อว่า เราจะผอมสวยก็คราวนี้ (แอบสะใจเบาๆ)คำแนะนำ! ควรพกคนสนิทที่ไหว้วานได้ไปสัก1คนนะคะ เพราะลุกนั่งกินนอน ลำบากพอสมควร (จะรู้ว่าแฟนรักเราแค่ไหนก็คราวนี้แหละค่ะ 555) อุ๊ตะ!! นี่คนหรือผลแอปเปิ้ลเน่าค่ะเนี่ย ยับเยินไปหมด ตลกดีค่ะ อย่าไปเครียด ใครๆก็ต้องผ่านจุดนี้กันทั้งนั้น สู้ๆ

วันนี้หลังจากที่หมอมาดู ทำแผลและเอาสายเดรนเลือดออกแล้วเราก็ลงไปรับยาและได้ออกจาก รพ แต่เช้าแนะนำให้พัก โรงแรมที่เดินเท้าถึงสะดวกนะคะ เพราะเราต้องกลับมาทำแผลแทบทุกวัน
<<การดูแลตัวเองคือ>>
1 บ้วนน้ำเบตาดีนที่ รพ จัดให้ ทุก2 ชม และหลังทานข้าวทันที เพราะแผลส่วนใหญ่จะอยู่ในช่องปากค่ะ
2 ทายาฆ่าเชื้อโรคสมานแผลและป้องกันคีลอยตามจุดที่หมอบอก
3.ใส่ผ้ารัดหน้าไว้ตลอด24 ชม เป็นเวลา1เดือน กันหน้าคล้อย
4 ทานอาหารเหลวเท่านั้นในช่วง2 สัปดาห์แรกเพราะอ้าปากลำบากมากจ้า
5 ทานยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด

แนะนำให้อยู่ที่เกาหลีจนกว่าจะตัดไหมส่วนสำคัญออกหมด (โดยประมาณ10-14วัน) ในช่วงนี้เราก็สามารถออกไปเดินเล่นได้ ไม่ต้องแคร์เวิล์ด ไม่ต้องอาย แถวนั้นคนหน้าเหมือนเราเพียบเลยค่ะทุก2วัน จะเข้าไปทำแผล ฉีดยาและอบแสงลดบวม ความฟกช้ำจะค่อยๆหายไปในเวลาประมาณ2 สัปดาห์ ส่วนอาการบวม จะค่อยๆลดอย่างช้าๆโปรดจงทำใจ และท่องไว้ “เดี๋ยวสวยแล้ววๆ”

10 วันผ่านไปอย่างเชื่องช้า…อย่าเพิ่งหวังว่าหน้าจะเป็นนางฟ้าตอกหน้านะคะไม่ใช่ฉีดโบท้อกซ์ที่จะยุบสวยใน3วัน7วันกว่าจะออกไปพบเจอผู้คนได้ก็ โน้นหนะค่ะ 1 เดือน ไปดูกันค่ะ

1 เดือนแล้วจ้า รอยช้ำชอกหายหมดแล้ว ความบวมยุบลงได้ 20% เท่านั้น แต่ก็ดูละมุนตุ้นพอให้ใจชื้นขึ้นมาบ้างแล้ว ช่วงนี้ก็เอาผมปิดแก้มและฟาดบรอนเซอร์หนักๆช่วยเอาไปก่อนนะ เพราะแก้มยังบวมเต่งอยู่มาก

ช่วงแรกมันก็จะดูแบ้วหน่อยๆ เพราะไขมันที่ฉีดอัดเอาไว้ในหน้ามันยังไม่ยุบตัว บอกก่อนว่า ไขมันจะให้อยู่กับเรานานหลักปี ต้องไปฉีดย้ำ2 รอบนะคะ โดยที่รอบแรกไขมันจะเกาะหน้าเราได้ราวๆ30% (ขึ้นอยู่กับอายุ เด็กๆไขมันจะเกาะติดง่ายกว่า)4เดือนผ่านไป ไวเหมือนโกหก จะสังเกตุเห็นกรอบหน้าที่เรียวเล็กลง โหนกหายไป หน้าดูเด็กลงไปเลยว่ามั้ยคะส่วนอาการชาบริเวณคาง ปาก และใต้ตา ยังมีอยู่บ้างเล็กน้อย หมอบอกไม่ต้องตกใจ เส้นประสาทจะค่อยๆสมานกันภายใน 6เดือน ถึง1ปี

รูปนี้ประมาณเดือนที่ 7 ค่ะ (ข้างหลังคือ พี่ชายคนโต ที่สมัยเด็กๆ ไม่มีใครเชื่อว่าเราสามคนเป็นพี่น้องกันแท้ๆ เพราะเบ้าหน้าไม่ได้ไปทางเดียวกันเลย) ไม่น่าเชื่อว่ามันลดบวมลงไปได้อีก น่าจะยุบสุดช่วงนี้แล้วค่ะ จะพอใจหรือจะรื้อแก้ใหม่ ก็ขอให้ตัดสินใจในเดือนนี้ สำหรับ แนน นา ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะ จมูก ที่ดูเนียนเป็นธรรมชาติ องศาเป๊ะ ไม่เห็นเป็นแท่งๆแข็งๆเหมือนที่ผ่านมาส่วนใบหน้าก็ดู ใสๆซอฟๆ โครงหน้าสมมาตรทั้งสองข้าง ถ่ายรูปง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ

ถามว่าคุ้มมั้ย กับราคา และเวลาที่หายไปกับการพักฟื้น

ขอตอบว่า ….. คุ้มโคตรรรรแต่จุดที่ต้องดูแลกันต่อไปก็มีนะคะ เช่น เนื้อผิวที่หย่อนคล้อยลงบริเวณกรอบหน้า (เพราะโครงหน้าเล็กลง) ก็ต้องทำการ ลิฟติ้ง เก็บขึ้นไป อันนี้จะทำที่ไทยหรือเกาหลีก็ได้ค่ะถามว่า ทำไมคุ้มหรอคะ ?? พอหน้าเข้าที่แล้ว ก็งานเข้า เงินเข้า มากขึ้นจากหลายช่องทางเลยค่ะทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกการทำ ศัลยกรรม มีความเสี่ยง เพราะฉะนั้น สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด ไม่ใช่เรื่องราคา หรือ โปรโมชั่น แต่คือเรื่องความปลอดภัยและประสบการณ์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาเป็นอันดับหนึ่งค่ะ

อย่าคาดหวังว่า หน้าเราต้องไปเป็นเหมือนใคร แต่ให้คาดหวังใบหน้าที่สวยสมบูรณ์ขึ้นในแบบของตัวเองจะดีกว่าค่ะสุดท้ายนี้อยากฝากไว้ว่า ถึงแม้หน้าตาจะเป็นประตูด่านแรกที่นำมาซึ่งโอกาสในชีวิตมากมาย แต่คุณจะประสบความสำเร็จและมีความสุขได้ คุณจำเป็นต้องมีความสวยจากภายในด้วย ยกระดับใบหน้าแล้ว ก็อย่าลืมยกระดับจิตใจให้คู่ควรกันด้วยนะคะ หมั่นอ่านหนังสือ หรือเข้าคอสสัมมนา ที่ช่วยสร้างพลังงานบวก เพิ่มพูนสติปัญญา และพาตัวเองไปอยู่ในกลุ่มคนที่ คิดดีทำดี แนนนาเชื่อว่า คุณจะกลายเป็นคนที่
#perfectในระดับนึง ได้แน่นอนคะ^^

ถ้าใครมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม ก็สามารถเข้ามาสอบถามและติดตามเราสองคนได้ที่
เพจ : ทำไงให้สวยขึ้น by butterfly twins  https://web.facebook.com/butterflytwins ปรึกษาแนนนาแบบส่วนตัว ทักLINE: @nanfuyu (ใส่@ ด้วยค่ะ)คลิ้ก https://line.me/R/ti/p/%40nanfuyu

 

loading...

ข่าวฮอตน่าสนใจ