แบบนี้ไม่เรียกว่ากิน! ร้านหมูกะทะสะอื้น! เจอลูกค้านั่งโซ้ยนาน 6 ชม. ไอติม1 ลัง

ร้านหมูกะทะสุดทน!! เจอลูกค้านั่งกินนาน 6 ชม.พร้อมกินไอติมหมด 1 ลัง

เรื่อง ขออนุญาตจำกัดเวลาการทานหมูกระทะ

เรียน ลูกค้าที่น่ารักทุกท่าน

เนื่องจากวันนี้มีลูกค้าโต๊ะหนึ่งมา 2 ท่าน มานั่งทานที่ร้านตั้งแต่เวลา 11.30 น. และเช็คบิลเวลา 18.00 น. รวมแล้ว 6 ชั่วโมงครึ่ง

บุฟเฟต์ของเรา ราคาเพียง 129 บาท ราคาแสนถูกและใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยมทั้งหมด รวมทั้งน้ำจิ้มก็ใช้มะนาวแท้ 100 % แม้บางครั้งมะนาวจะแพงแค่ไหน เราก็ต้องยอม

มาวันนี้เจอลูกค้าเอาเปรียบกันเกินไป นั่งนานเกินกว่าจะรับได้จริงๆ และไม่ได้แค่นั่งนานเท่านั้น ในระยะเวลา 6ชั่วโมงครึ่ง ลูกค้าทานตลอด เปิดแก๊สตลอด สั่งหมูตลอด แค่ค่าแก๊สผมก็ขาดทุนแล้วครับ และที่สำคัญลูกค้า 2 ท่านนี้ ทานไอศกรีมของร้านไปจำนวน 1 กล่อง ขอย้ำว่า กล่องนี้ของ 2 ท่านนี้เท่านั้น เพราะวันนี้ผมมีลูกค้าเพียงโต๊ะเดียว แค่ไอศกรีมก็กล่องละ 300 บาท ปกติทานได้ 20 ท่าน แต่ลูกค้า 2 ท่านทาน 1 กล่อง คือตักเรื่อยๆ เวลา 6 ชั่วโมงครึ่ง จนหมดกล่อง

การทำธุรกิจเจ้าของก็หวังที่จะมีกำไรบ้าง พอเลี้ยงลูกน้อง พอจ่ายค่าเช่าร้านที่แสนแพง และแต่ทางร้านถูกเอาเปรียบกันเกินไป ทางร้านจึงขออนุญาตจำกัดเวลาการทานโต๊ะละ 2 ชั่วโมง เกิน 2 ชั่วโมง คิดเพิ่มชั่วโมงละ 50 บาทต่อหัว

หวังว่าเวลา 2 ชั่วโมงคงไม่เป็นการเอาเปรียบลูกค้าที่น่ารักจนเกินไปนะครับ

ปล.มีหลายๆคนสงสัย ว่านั่งได้ไง 6 ชั่วโมง

คืองี้ครับ ระหว่าง 6 ชั่วโมงนั้น 2 ชั่วโมงแรก โซ้ยกินเต็มที่จนอิ่มพุงกางเลยทีเดียว จากนั้น มีการเปลี่ยนกันออกไปทำธุระข้างนอกด้วยครับ คนหนึ่งหายไปตอนบ่าย 3 กลับมาบ่าย 4 ให้อีกคนนั่งเฝ้าโต๊ะไว้ พอกลับจากธุระแล้ว ก็นั่งทานต่อ พออิ่มรอบ 2 ก็ นั่งคุยกันพร้อมกับเล่นมือถือถ่ายรูปสนุกสนาน จากนั้นก็ผลัดกันไปเดินเล่นย่อยอาหารโดยให้อีกคนเฝ้าโต๊ะไว้ จากนั้นก็กลับมาทานต่อ ‪#‎วนอยู่อย่างนี้ผลัดกันเดินผลัดกันออกไปทำธุระ‬ พอท้องลง ก็กลับมาทานต่อ เป็นเวลาทั้งสิ้น 6 ชั่วโมงครึ่งครับ

ซึ่งเมื่อร้านออกมาโพสต์ข้อความแบบนี้ทำให้ลูกค้าบางรายออกมาบอกว่าเพราะร้านไม่กำหนดเวลาในการทานเอง ทำให้ทางร้านออกมาโพสต์ข้อความอีกรอบว่า

ถ้าลูกค้าท่านใดทานอาหารปริมานตามนั้นได้ภายใน 2 ชั่วโมง ผมจะไปว่าอะไรครับ ตามหลักวิทยาศาสตร์มนุษย์เกือบทั้งโลกไม่สามารถทานอาหารในคราวเดียวได้มากเกิน 1 กิโลกรัมครับ บวกลบตามน้ำหนักคนตามกระเพาะคนก็ไม่เกิน 1.5 กิโลกรัมครับ ลูกค้าทานหมูผมใน 2 ชั่วโมงแรกได้เพียงแค่ 2 กิโลกรัมเท่านั้นครับ ทานต่อไม่ได้แล้วครับ ทำไมผมทราบใช่ไหมครับ เพราะลูกค้าได้ปิดแก๊ส แล้วผมยังคิดว่าเดี่ยวคงเรียกเก็บตัง

แต่เหตุการณ์กลับพลิก ลูกค้าทานอิ่มแล้วนั่งย่อยเดินย่อย สักพักแล้วก็เปิดแก๊สและสั่งอาหารต่อ พอทานไปได้สักพักก็อิ่มอีกรอบ แล้วลูกค้าคนผู้ชายก็สะพายกระเป๋าเดินออกร้านไปทิ้งคนผู้หญิงไว้ที่โต๊ะคนเดียว ผมก็เข้าใจว่าคงกลับก่อนแล้วให้ผู้หญิงเคลียบิลมั้ง เปล่าเลยหลังจากหายไป 1 ชั่วโมง ผู้ชายคนนั้นกลับ ผมก็เข้าใจว่ากลับมารับผู้หญิงรึเปล่า ก็เลยยังไม่ว่าอะไรตอนนั้น พอสักพักเท่านั้น ชายดังกล่าวก็สั่งอาหารเพิ่มอีก ผมก็อึ้งเหมือนกัน คิดในใจ เห้ย หายไปตั้งนานไปทำไรมาบ้างไม่รู้ ไปขี้กี่รอบไปเยี่ยวกี่รอบ(ขออภัยพูดไม่สุภาพ) ยังสั่งกินอีกหรือ

ผมไม่กล้าขัดลูกค้าก็จัดอาหารตามออเดอร์(เผื่อหลายๆท่านสงสัยร้านผมบริการเสริฟอาหารให้ลูกค้าโดยลูกค้าไม่ต้องลุกมาตักเองเพียงแค่จดในกระดาษว่าจะเอาอะไรแล้วยื่นให้พนักงาน พนักก็จะไปหยิบมาให้ครับ) ณ เวลานั้นผมบอกเลยผมทำใจแล้ว งานนี้ขาดทุนเห็นๆ แต่ไม่เปนไรค่อยไปเอากำไรถั่วเฉลี่ยจากโต๊ะอิ่นก็ได้ ผมคิดแบบนี้จริงๆ ครับ จนกระทั่งหกโมงเย็นลูกค้าถึงเรียกเช็คบิล ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร จนลูกค้าออกร้านไปแล้ว ผมจึงมาเห็นว่า ไอติมผม 1 กล่องหนัก 4 กิโลกรัม ได้หมดลงไปแล้ว ผมโมโหมาก ถ้ารู้ก่อนจะออกร้านผมต้องขอคุยแล้วครับ ไอติม 4 กิโลไม่มีใครกินได้หมดหรอกครับ แต่คุณใช้วิธีเอาเปรียบกันเกินไปโดยการกินอิ่มแล้วเดินหายไปย่อยอาหารที่ไหนไม่รู้แล้วให้แฟนเฝ้าโต๊ะ พอท้องลงก็กลับมากินใหม่

loading...

ข่าวฮอตน่าสนใจ