เด็ก 4 ขวบโดนแม่แท้ๆพาไปขาย โตมารู้ความจริงถึงกับช็อก!! ลั่นให้อภัยบุพการีเสมอ

สิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่ทำให้คนหนึ่งคนหลุดออกมาความทุกข์ใจและปัญหามากมายคือการให้อภัยและปล่อยวางกับอดีตที่ผ่านมาเพื่อเดินหน้าเผชิญความจริงในปัจจุบัน  อย่างชีวิตของ จอย  ปราณิสรา โพธิ์สาจันทร์ เจ้าของเฟสบุค  (https://www.facebook.com/joy.ponsana)  เด็กสาวที่โตมาด้วยความรักของย่าผู้เลี้ยงดู ทั้งๆที่ในอดีตเธอถูกแม่แท้ๆเอาไปขายให้กับคนแปลกหน้าที่เชียงใหม่!! เปิดใจชีวิตที่เหมือนสิ้นหวังแต่กลับมองเป็นแรงผลักดันชีวิตจนมาถึงทุกวันนี้

“หนูเองมีพี่น้อง 2 คนตั้งแต่จำความได้ตอน 4 ขวบ พ่อแม่แยกทางกัน ตอนนั้นทางฝั่งยายเอาจอยไปอยู่กับแม่ จนกระทั่งมาวันหนึ่ง แม่เอาจอยไปขายให้ยายแก่ๆคนหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ เราเป็นเด็กเราไม่รู้เรื่องอะไรหรอกค่ะ หนูไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าแม่พาเราไปทำแบบนั้นทำไมเพราะเรายังเด็กมาก ใครพาไปไหนก็ไป พอทางฝั่งย่ารู้เข้า ย่ารีบไปขอคืนมาด้วยเงินแค่หนึ่งพันบาท จากนั้นมาจอยกับน้องก็มาอยู่ย่าจนโต พอเริ่มโตขึ้น จอยก็รู้ความจริงว่าตอนเด็กเราโดนแม่เอาไปขาย เสียใจมากเลยตอนแรก ถามตัวเองทำไมแม่ไม่รักเรา แต่จอยเข้าใจแม่นะ ไม่เคยโกรธเคยเกลียดเขาหรอก เขาคงมีเหตุผลของเขาอาจจะเป็นเพราะความจนบีบบังคับ หรือว่าคนที่เขาเอาจอยไปขายให้อาจจะร่ำรวย จอยอยู่กับเขาอาจมีอนาคตดีกว่าอยู่กับแม่”

“ไม่ต้องพูดถึงความลำบากเลยค่ะ ปู่กับย่าเก็บผักขายเลี้ยงจอยจนโต จำได้ว่าลำบากมาก ตอนอนุบาล 2 ก็ต้องมานั่งช่วยยายขายผักแล้ว ตอนนั้นไฟฟ้าที่บ้านยังไม่มี น้ำประปาที่บ้านก็ไม่มี คือลำบากสุดๆค่ะ ได้เงินไปโรงเรียนวันละ1 บาทจนจบ ป.6  พอจบ ป.6 ก็ไม่ได้เรียนต่อเพราะย่าไม่มีแรงที่ส่งเรียน มันต้องใช้เงินเยอะ ขนาดจอยมีโอกาสได้ทุนเรียนฟรีจากโครงการเรียนฟรีคนยากจน โครงการที่จอยเขียนเรียงความเรื่องครอบครัวยากจนที่เป็นโครงการในหลวง จอยยังต้องยอมเสียสละการศึกษาที่มีอนาคตและความฝันของจอยไป ใจเราอยากเรียนให้สูงๆ แต่ต้องทิ้งไปโดยไม่มีวันที่จะได้มันคืนมา”

“พอเราไม่ได้เรียนต่อ หนูก็ไม่รู้จะเดินไปทางไหน เพราะขืนอยู่ที่นี่มีแต่อดตายแน่ เลยตัดสินใจหนีออกจากบ้านเพื่อไปทำงานเป็นคนใช้ให้กับคนจีนที่ กทม. สมัยนั้นเงินได้เดือน 3500 บาท แต่หนูก็ไม่ลืมย่านะ ส่งเงินกลับบ้านให้ย่าทุกเดือน 3000 เก็บไว้ใช้เองเดือน500บาท พออยู่ได้4ปี เลยออกมาเพราะชอบขายของมากกว่า เลยไปยืมเงินดอกมาสองหมื่นบาทเพื่อมาลงทุนขายเสื้อผ้าขายได้5ปี จอยเริ่มมีเงินเก็บก็ทยอยทำไฟเข้าบ้านให้ย่า ต่อน้ำประปาน้ำให้และตามมาด้วยทำบ้านใหม่ให้ย่า เรียกว่าทำหน้าตอบแทนบุญคุณให้กับย่าที่เลี้ยงเรามาได้ครบแล้ว”

“อยู่มาวันหนึ่งจอยไปเจอพี่สาวที่รู้จักกันเขาแนะนำให้จอยมาขายครีม เขาบอกว่าขายง่ายกำไรเยอะ จอยตัดสินใจมาสองเดือนกว่าจะมาขายครีม เริ่มด้วยเงินห้าพันบาทค่ะ ได้ครีมมาทดลองใช้ปรากฏว่าแพ้ครีม ใช้แล้วตอนแรกหน้าใสมากแต่พอหยุดใช้ หน้าเน่าสิวขึ้นหน้าดำฝ้าจับ ผิวหน้ากลายเป็นว่าใช้อะไรไม่ได้เลย เป็นคนแพ้ง่ายมาตลอดใช้อะไรก็ไม่ได้ จนอยู่มาวันหนึ่งไปเจอหนังสือในร้านเซเว่นแถวบ้านที่เกี่ยวกับการสร้างอาชีพ ตอนนั้นหนูมีเงินเก็บสามแสนบาท เก็บมา 5 ปีแล้วอ่านเจอ เรื่องราวรับทำแบรนด์ลงทุนน้อยแต่กำไรเยอะเลยศึกษาดูแล้วมาเจอโรงงานหรือเรียกกันว่าแล็ป จึงไปสอบถามปรึกษาทดลองครีมก่อน จนได้ทำแบรน์ดกับทางแล็ป เพราะแล็ปที่จอยปรึกษาเขาทำครีมให้กับแบรนด์อื่นมาแล้ว และก็ดังมาหลายแบรนด์ แต่สิ่งที่แปลกคือครีมเขาใช้กว่าจะเห็นผลใช้เวลา14วันซึ่งตัวจอยเองถามเขาว่าทำไมจอยใช้แล้วไม่เห็นผล แล็ปตอบกลับมาว่าคุณเคยใช้ครีมมีสารปรอทมาคุณต้องใจเย็นเพราะครีมที่แล็ปเรารับผลิตคือครีมที่ไม่มีสารอันตรายใดๆทั้งนั้น แม้คนท้องก็สามารถใช้ครีมของแล็ปเราได้ ถ้าคุณทำแบรนด์กับเรารับประกันทุกอย่าง ครีมจากทางแล็ปที่เราทำให้ลูกค้าไม่มีสารอันตรายพร้อมขบวนการตรวจสอบจาก อย. อย่างดี การันตีว่าขายดีตีตลาดได้อย่างแน่นอน”

“จากหนังสือสร้างอาชีพที่หนูซื้อมาอ่านในเซเว่นวันนั้น ได้จุดเริ่มต้นที่มาของแบรนด์ “เฟิร์สออร่า” จอยตัดสินใจสั่งทำแบรนด์ทันทีค่ะ สินค้าของแบรนจอยสั่งทำล็อตแรกสามพันกระปุก เชื่อไหมค่ะว่าครีมจอยขายหมดใช้เวลาแค่สองเดือนกว่า ที่สินค้าของจอยขายได้ดีขนาดนี้เพราะเราเองได้ลองใช้สินค้าเป็นคนแรกจากผิวหน้าแย่ๆ ก็มีผิวหน้าที่มีการเปลี่ยนแปลง หน้าใสขึ้นจนเห็นได้ชัด คนรอบข้างรุมถามใหญ่ว่าใช้อะไรมา ใช้ครีมตัวไหน มันเลยเป็นโอกาสของจอย ทีนี้ขายเลยค่ะเป็นแบรนด์ของจอยเอง คือเราเอาหน้าตัวเองรับประกัน ไม่เห็นผลยินดีคืนเงินหรือแพ้ยินดีคืนเงินค่ะ”

“ตั้งแต่วันนั้น วันที่จอยได้เป็นเจ้าของแบรนด์ เฟิร์สออร่า พอครบ 1ปี จอยสามารถออกรถกระบะมาหนึ่งคันเพื่อใช้ในการขนส่งของให้ลูกค้า พอเข้าปีที่ 2 จอยเก็บเงินได้จอยเริ่มทำร้านครีม ตั้งแบรนด์ผลิตครีมให้เป็นทางการ พอเริ่มเข้าปีที่3 จอยขายดีคนเริ่มเห็นแบรนด์ เฟิร์สออร่าทางหนังสือและได้รับรางวัลเป็นที่น่าภูมิใจมากเลยค่ะ คือมันเป็นทั้งรางวัลชิ้นแรกและเป็นรางวัลธุรกิจที่น่าลงทุนแห่งปี รู้สึกเหมือนฝันเป็นจริงแค่ชั่วข้ามคืนเลยละค่ะที่ได้มายืนในจุดตรงนี้ได้ จอยถือว่าประสบความสำเร็จไปในอีกระดับหนึ่ง เคยฝันว่าจะได้ยืนบนปกหนังสือเหมือนแบรนด์อื่นๆมันสุดยอดเลยที่ทำให้ แบรนด์ของจอยมีความมั่นคงและลูกค้าก็มั่นใจว่าแบรนด์เราสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย ทำให้จอยมีความมั่นใจและก้าวเดินต่อไปอีกหนึ่งก้าว”

“จนเข้าปีที่ 4 และปีที่ 5 จอยก็ยังเดินหน้าทำแบรนด์ เฟิร์สออร่า ให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นถึงแม้จะมีครีมเถื่อนออกมาเยอะ เพราะทุกวันนี้ใครก็มีแบรนด์เป็นของตัวเองได้ โดยไม่ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยหรือทำตามกฎหมาย แต่ทำตามใจกันเลยก็ว่าได้ ประเภทว่าครีมดีใช้3วันหน้าใส คืนเดียวหน้าใสเยอะแยะไปหมด คนใจร้อนอยากสวยใสไวก็หันไปใช้แต่มันไม่คุ้มหรอกถ้าหน้าพังตามมา ทุกวันนี้จอยยืนได้ด้วยผลิตภัณฑ์ของจอย เพราะของเราไม่มีสารอันตรายและมันเป็นอะไรที่ขายได้ดีไม่แพ้ครีมที่เร่งความขาวใสเพราะใส่สารอันตรายค่ะ”

“ลูกค้าส่วนมากใช้ครีมที่มีสาร ตอนใช้ทีแรกหน้าใส แต่พอใช้ไปเรื่อยๆหน้าจะเริ่มพัง บางคนแพ้ง่ายสิวขึ้น ก็หันมาหาจอยทันที เรามีหน้าที่แนะนำสิ่งดีๆที่เราทำมาเพื่อลูกค้าที่รักสวยรักงามเลยก็ว่าได้ค่ะ พอสินค้าเริ่มมีคนรู้จักก็มีรายการทีวีติดต่อและหนังสือติดต่อให้เราเล่าเรื่องความสำเร็จ ตรงนี้แหละค่ะ ที่มันคือความภาคภูมิใจจาก ความฝันของจอยยังไม่สำเร็จถ้าจอยยังไม่มีโรงงานเป็นของตัวเอง และอีกหนึ่งความฝันอย่างหอบเงินสักห้าล้านไปตั้งไว้ที่หน้าของและมอบให้ย่าซึ่งเป็นคนเลี้ยงจอยมา จอยจะพูดว่า แม่(ย่า)จอยทำสำเร็จแล้วนะแม่ ขอบคุณที่เลี้ยงจอยมาเป็นทั้งแม่และย่าในคนๆ เดียวกันมา25ปีที่เขาเลี้ยงจอยมาตลอด”

“ใครที่บอกว่าเรื่องชีวิตจอยมันน้ำเน่า บอกเลยว่าเขียนหนังสือได้ทั้งเล่มเพราะมันออกมาจากความจริง จากความรู้สึกจากความทุกข์และความสุขก็ว่าได้ค่ะ จอยขอทิ้งท้ายไว้ว่าใครที่มีความมุ่งมั่นและความตั้งใจจอยเชื่อว่าความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินที่คุณจะเอื้อมไปถึงแน่นอนค่ะ และที่สำคัญความกตัญญูเป็นใบเบิกทางที่สูงที่สุด ทุกคนมีความฝันจงทำความฝันของคุณให้เป็นจริง”

ขอบคุณและสามารถติดตามเรื่องราวของ จอย  ปราณิสรา โพธิ์สาจันทร์ นักสู้ชีวิตได้ที่ เฟสบุค https://www.facebook.com/joy.ponsana

s__11812884

 

 

loading...

ข่าวฮอตน่าสนใจ