“มาดามเปรียว” สู้ชีวิตด้วยลำแข้งตัวเอง “จากอดีตเด็กเก็บขยะ” สู่ “นักธุรกิจสาวร้อยล้าน”

จากชีวิตติดลบ ไร้ตัวตน ชีวิตที่ (ไม่) สมหวัง ถูกคนรังเกียจ เหยียดหยาม “มาดามเปรียว” ก้าวสู่ช่วงชีวิต ที่สุขสบาย ได้อย่างไร เราอยากให้คุณได้สัมผัส กับผู้หญิงแกร่งและเก่งคนนี้ คุณอาจจะต้องทึ่ง กับโชคชะตา ที่เธอเป็นผู้ “ลิขิต”เอง … หากพูดถึง หญิงแกร่งทรงพลังคนหนึ่ง ในแวดวงไฮโซ และเซเลบ ที่คุณต้องไม่พลาดทำความรู้จักกับเธอเอาไว้ เพราะชีวิตของเธอ มีครบทุกรสชาติของชีวิตเลยจริงๆ มาดามเปรียว ไม่ได้มีดี แค่รูปร่าง หน้าตาเท่านั้น แต่เธอ มีดีมากกว่านั้น

มาดามเปรียว หรือ อิสยากรณ์ มังกรนพรัตน์ ไม่ได้สวยหรู อย่างที่ใครคิด ชีวิตของเธอเริ่มต้นจากการติดลบเสียด้วยซ้ำ เธอเติบโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างจะยากจน มิหนำซ้ำ คุณพ่อของเธอพิการทั้งแขนและขาตั้งแต่กำเนิดอีกทั้ง ครอบครัวมีอาชีพรับซื้อของเก่าขาย ถึงกระนั้น มาดามเปรียว ก็ไม่เคยรู้สึกรังเกียจ หรือ อับอายในธุรกิจของครอบครัวแต่อย่างใด แต่กลับคิดว่า “รสชาติของความจนนี่แหละ เป็นตัวผลักดัน ทำให้ชีวิตพบเจอกับความสำเร็จ เร็วมากยิ่งขึ้น มาดามเปรียว บอกกับเราว่า “เปรียวไม่เคยโทษโชคชะตาที่ทำให้เราเกิดมาเป็นแบบนี้ ไม่เคยโกรธใครที่รังเกียจเปรียวที่เป็นแค่เด็กเก็บขยะ เพราะเปรียวคิดมาตลอดว่า อาชีพที่ครอบครัวเปรียวทำ คืออาชีพที่สุจริต เราภูมิใจและไม่เคยอายที่จะบอกใครต่อใครว่า เราเคยเป็นเด็กเก็บขยะมาก่อน เปรียวมีความสุขกับตรงนี้ค่ะ”

ถึงแม้ว่าคุณพ่อของมาดามเปรียว จะมีอวัยวะไม่ครบ 32 ประการเหมือนคนอื่น แต่ ท่านก็ไม่เคยบกพร่อง ในการทำหน้าที่ของคุณพ่อที่ดี ดูแลลูกๆ และภรรยา เลยสักครั้ง มาดามเปรียว กล่าวว่า  “ถึงคุณพ่อจะพิการทั้งแขนและขา แต่ท่านก็ไม่เคย แสดงความอ่อนแอให้เรากับแม่และน้อง เห็นเลย ว่าท่านไม่ไหว หรือ ท้อแท้ ท่านพยายามเข้มแข็ง และ แสดงให้เราเห็นว่า ร่างกายที่ไม่พร้อม ไม่ได้เป็นอุปสรรค หรือ เป็นจุดด้อยกว่าคนอื่นเลย”


นอกจากคุณพ่อและคุณแม่ที่คอยดูแล มาดามเปรียว มาตั้งแต่เด็ก เบื้องหลังความสำเร็จของ “มาดามเปรียว” ในวันนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าขาด “คุณแม่ทูนหัว ”ของมาดามเปรียว อีกท่านหนึ่งบุคคลที่เธอเคารพรัก “ท่านจะคอยดูแล อบรมสั่งสอนเรา ในสิ่งที่ดีมาโดยตลอด และคอยช่วยเหลือ เลี้ยงดูเราให้มีกิน มีใช้ อยู่อย่างสุขสบาย ไม่ลำบาก ”  “ถึงแม้ว่าผู้มีพระคุณทั้ง 3 ท่าน จะไม่มีโอกาสได้ยืนอยู่เคียงข้างกับเราแล้วในวันนี้ แต่ถึงอย่างไร เวลาก็ไม่อาจพรากความรู้สึกดีๆ และรอยยิ้มของผู้มีพระคุณจากไปได้ ทุกวันนี้ยังคงรู้สึกได้อยู่ตลอดเวลา ว่าท่านทั้ง 3 คอยจ้องมองดูความสำเร็จของเราอยู่ ต้องขอบคุณ บุคคลที่ทรงอิทธิพลในใจของเปรียวทั้ง3 ท่าน สำหรับความทรงจำดีๆในช่วงเวลาสั้นๆ ที่คอยดูแล สั่งสอนเรา จนกลายมาเป็น มาดามเปรียว ในทุกวันนี้ ”

“ความจนมันน่ากลัวนะ เชื่อว่าหลายคนก็กลัว แต่โชคชะตาจะต้องเข้าข้างคนขยัน และทำทุกอย่างด้วยความสุจริต มันจะต้องดีขึ้น”
ก่อนที่มาดามเปรียวจะประสบความสำเร็จในธุรกิจด้านการส่งออกขยะรีไซเคิลในทุกวันนี้ เธอได้ผ่านการทำธุรกิจมาอย่างโชกโชน ที่คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินได้อย่างมหาศาล แต่ฝันนั้นก็ค่อยๆสลายไป จนเธอเหลือเพียงเงินทุน ก้อนสุดท้าย (แถมติดลบเสียด้วยซ้ำ !) กับการเริ่มต้นทำธุรกิจโรงงานคัดแยกขยะอีกครั้ง เธอคิดว่า “ธุรกิจการคัดแยกขยะเป็นสิ่งที่เธอคลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก และเธอมีความมั่นใจว่า ธุรกิจนี้จะสามารถเลี้ยงดู ครอบครัว และดูแลลูกๆให้สุขสบายเหมือนกับเธอในอดีตได้เช่นกัน” อีกทั้งธุรกิจคัดแยกขยะนี้ ยังสามารถช่วยเหลือ และพัฒนาสิ่งแวดล้อมได้อีกทางหนึ่งด้วย นอกจากธุรกิจการคัดแยกขยะแล้ว มาดามเปรียวยังคอยช่วยเหลือ และให้โอกาสผู้อื่นเสมอ เพราะโอกาส ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ในการพัฒนาคนคนหนึ่ง

3
ทุกวันนี้ มาดามเปรียว กลายมาเป็น นักธุรกิจสาวร้อยล้าน จากการทำโรงงานคัดแยกขยะ รีไซเคิล ส่งออกไปต่างประกาศ ภายในระยะเวลา 5 ปีกับความสำเร็จของเธอ ด้วยการเปลี่ยนแปลงขยะที่ใครต่างคิดว่าไร้ค่า สกปรก และน่ารังเกียจ ให้กลายเป็นเม็ดเงินที่มีมูลค่ามหาศาล และขยะดูไร้ค่านี่แหละ ทำให้ชีวิตของมาดามเปรียว พลิกผันกลายมาเป็น เศรษฐีนี ร้อยล้านได้ถึงทุกวันนี้ จากชีวิตติดลบ ไม่มีทรัพย์สินมากมายนัก มันไม่ง่ายเลย สำหรับการต่อสู้ อย่างโดดเดี่ยวของผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ที่สามารถยืนหยัดด้วยตัวเองมาโดยตลอด จนถึงทุกวันนี้ด้วยความมุ่งมั่น และความพยายาม ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคของมาดามเปรียว ถือเป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จในชีวิต เชื่อเถอะค่ะว่า คุณสามารถทำสิ่งต่างๆได้ เพียงแค่เชื่อ และศรัทธาในสิ่งที่คุณกำลังจะทำ ค่อยๆเรียนรู้จากความผิดพลาด แล้วคุณจะรู้จักกับครูที่ชื่อว่า “ประสบการณ์” ที่ไม่มีสถาบันไหนให้วุฒิได้ นอกจากตัวคุณเอง
ทุกวันนี้ มาดามเปรียว ประสบความสำเร็จ ด้วยวัยเพียง 32 ปีเท่านั้น และที่สำคัญเธอมีพยานรักแล้วถึง 5 คนด้วยกัน คือน้องเฟิร์ส น้องฟลุ๊ค (ฝาแฝด)น้องเฟรชชี่ คลีโอ และเจ้าตัวเล็ก น้องนาคา สำหรับคนที่คอยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของมาดามเปรียว ก็คือ คุณโจ้ (สามีสุดที่รักของเธอ)

4
นอกจากเธอจะต้องดูแลธุรกิจโรงงานคัดแยกขยะรีไซเคิลแล้ว เธอยังต้องทำหน้าที่เป็นภรรยาและคุณแม่ที่สมบูรณ์แบบของลูกๆ และเป็นภรรยาที่ดีของคุณสามี อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง โดยการมี เบบี๋ให้กับผมถึง 5 คน แต่ “ถึงจะมีน้องอีกสักกี่คน ผมก็ไม่เคยห่วงว่าเขาจะเปลี่ยนไป เพราะเรามีตัวช่วยดูแลรูปร่าง อย่าง อะมาเรนต้า ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ในแบรนด์ ของบริษัทมาดามเปรียว ซีเคร็ท”ด้วยความที่มาดามเปรียว ชื่นชอบและหลงใหลในเรื่องความสวยความงาม การดูแลรูปร่างและผิวพรรณ ของตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เธอจึงอยากมาเผยเคล็ดลับการดูแลตัวเอง ให้กับทุกคนได้รับรู้ โดยการต่อยอดการทำธุรกิจด้านความสวย ความงาม อย่างครบวงจร และไม่ว่ามาดามเปรียว จะทำธุรกิจในด้านไหน เธอจะมุ่งมั่น ตั้งใจทำอย่างสุดความสามารถ ใส่ใจและจริงใจต่อผู้บริโภค
นี่คือสิ่งที่มาดามเปรียว ยึดมั่นมาโดยตลอดเธอจึงพยายาม ใส่ใจกับทุกนวัตกรรมความงาม เคล็ดลับการดูแลตัวเองต่างๆ เพื่อมาประยุกต์ให้ครอบคลุมกับตัวผลิตภัณฑ์และสินค้าที่เธอกำลัง จะเปิดตัวใหม่ในเร็วๆนี้ทั้งด้านอาหารเสริม สกินแคร์ และคอสเมติก ภายใต้แบรนด์ มาดามเปรียว ซีเคร็ท ในคอนเซ็ปต์  สุดท้ายนี้มาดามเปรียวยังฝากบอกอีกว่า ถ้าใครอยากจะพูดคุย ติดต่อสอบถาม ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดลับความสวยความงาม การดูแลตัวเอง หรืออยากพูดคุยกับเธอ ก็สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ เฟสบุ๊ค ” Itsayakorn Mangkronnoppharat ” กันได้เลยนะคะ มาดามเปรียวรออยู่ค่ะ

loading...

ข่าวฮอตน่าสนใจ