สาวเหนือผู้สิ้นหวังละอายใจต่อพ่อแม่ กลับเรียนรู้ที่จะลุกจากตัวต่อ “lego”

สวัสดีนะ เราชื่อปิง เราอายุไม่มากหรอกถ้าเปรียบเทียบกับหนุ่มสาวสมัยนี้ ที่เรียนจบมาก็22-23 แต่เราเรียนไม่จบหรอกนะ ใครๆคนอื่นก็มองว่าเรามันไม่มีอนาคต เรียกได้ว่าคนเรียนหนังสือไม่จบจะทำมาหากินอะไรได้

“เต็มที่แกมันก็เป็นแค่แม่ค้าขายของตามตลาดสด” คำพูดนี้มาจากเพื่อนคนหนึ่งที่ดูถูกเรา แต่เราไม่คิดว่าคำนี้คือคำดูถูกหรอกนะ เค้าต่างหากที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เราจะเล่าให้ฟังว่าทำไมเราเรียนไม่จบ แล้วทำไมพ่อแม่เราก็ไม่เคยต่อว่า

12714148_10209003981041796_1146150353_n

เรื่องมันมีอยู่ว่าแต่ก่อนบ้านเราน่ะ เปิดร้านขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะชาวไทย หรือชาวต่างชาติ สมัยที่พ่อแม่เราทำใหม่ๆนั้นขายดีมาก อย่างว่ายุคที่เศรษฐกิจเฟื้องฟู พอผ่านไปได้ไม่นานเศรษฐกิจมันก็ไม่ค่อยดี คนมาเที่ยวก็ได้แค่เดินผ่าน จับของดูแล้วก็วาง ไม่ซื้อ เราก็เห้ย….อะไรวะ พอเรามาช่วยขายทำไมขายไม่ได้ หรือเราจะเป็นตัวซวยของที่บ้าน ตอนนั้นเลยอยากออกมาทำงานมากกว่า ไม่อยากเรียนละ ตอนนี้คิดว่าเรียนไปก็มีแต่เปลืองเงิน ออกมาช่วยพ่อแม่ดีกว่า พ่อแม่ก็ไม่อยากให้เลิกเรียนนะ พ่อเค้าคิดประมาณว่า

“เห้ย…คิดว่าพ่อแม่เลี้ยงแกไม่ได้เหรอ”

ตอนนั้นเห็นเลยว่าพ่อแม่ผิดหวังกับตัวเองมากที่ส่งลูกเรียนต่อไม่ได้ เราก็ไปปลอบพ่อแม่ว่า เราเรียนต่อน่ะได้ แต่เราอยากทำงานมากกว่า ถ้ามีเงินมากกว่าเก่าเราค่อยกลับไปเรียนก็ได้ ตอนนั้นนั่งร้องไห้กันระงมในครอบครัวเลย สุดท้ายก็ดรอปไว้ตอน ปวส. ปีหนึ่ง

ต่อมาเราเลยหาวิธีอื่นมาช่วยที่บ้านแทน นั่นก็คือการขายของออนไลน์ ศึกษาวิธีอยู่สักพักเลยล่ะ พูดเลยลองผิดลองถูกมากตอนนั้น ซื้อมาขายไป พวกเครื่องสำอาง กระเป๋า หรือไม่ก็เอาของในร้านนี่แหละไปขาย เอาจริงๆนะ ของในร้านพอวางหน้าร้านมันก็อาจจะซ้ำๆกับร้านอื่นๆที่ขายให้นักท่องเที่ยวทั่วไป แต่พอเอาไปขายออนไลน์ กลับขายดีนะกับลูกค้าโซเชียล คราวนี้พอมีคนเริ่มรู้จักเพิ่มขึ้นละ มียอดขายมากกว่าเก่าค่อนข้างโอเคเลยล่ะ เลยอยากจะก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นนึง เราก็เลยคิดทำแบรนด์เองดีกว่า

12696155_10209003984361879_1035732533_n

เริ่มมาก็หาชื่อแบรนด์ก่อน แล้วก็ลองผิดลองถูกดูเหมือนตอนขายของออนไลน์ เพราะเรื่องการตลาดอะไรนี่เราไม่รู้เรื่องเลยค่ะ อย่างว่าไม่เคยศึกษามาก่อนเรียนก็ไม่ได้เรียน แต่เอาวะ…ไม่มีหลักการ แต่ก็มีหลักกู คนอื่นรวยได้ทำไมเราจะขายไม่ได้ ฐานคนซื้อก็มีไม่น้อยจากตอนขายของออนไลน์ เลยทำสินค้าออกมาจำหน่ายภายใต้แบรนด์ตัวเอง ตอนนี้สินค้ายังกองอยู่หลังครัวอยู่เลยค่ะ ขายไม่ออก เรียกสั้นๆว่าเจ๊ง!!!!! ตอนนั้นนี่แบบเห้ย…พอเหอะ กลับไปเรียนดีมั้ย เงินลงทุนไปก็หมดเกลี้ยง นอยไปเป็นเดือน ไม่กล้าขาย ไม่กล้าทำอะไรเลย พ่อแม่เห็นเราเค้าก็เข้าใจนะ แต่เรารู้สึกละอายกับเค้า เรียนก็ไม่เรียน ทำงานก็ทำเจ๊งอีก อยากจะหายไปจากพวกเค้าเลยตอนนั้น

12721699_10209003982801840_1303581419_n

มีอยู่วันนึงรู้สึกโกรธตัวเองแล้วพาลกับของในห้อง เหวี่ยงมือไปโดนตัวต่อของLegoเล็กๆตัวนึงตกแตกกระจายเลยค่ะ พอเห็นก็คิดได้นะว่าไม่ควรโมโหแบบนี้ เลยเดินเก็บซากชิ้นส่วนของLegoเก็บมาต่อใหม่ ต่อจนครบ บางส่วนกระเด็นไปไกลก็เดินหามาซอก ตามใต้เตียง เอามาต่อจนสวยงามเหมือนเดิม พอต่อเสร็จก็เปรยๆกับตัวเองว่า

“ต่อใหม่ก็ได้นี่หว่า ก็แค่พัง”

แล้วตอนนั้นจู่ๆก็คิดและพูดวนเวียนยังกับคนบ้าเลย ต่อใหม่ก็ได้นี่หว่า ก็แค่พัง ต่อใหม่ก็ได้ ก็แค่พัง เออใช่ แค่ทำแบรนด์เจ๊งแล้วไงวะ ก็แค่เริ่มใหม่ มานั่งบ้าละอายอยู่แบบนี้มันก็ทุเรศกับตัวเองมากกว่า ทำไมไม่สู้ต่อ พ่อแม่ก็ไม่ได้ด่าว่าเรา ทำไมเราคิดว่าเค้าด่าเรา คิดไปเองหมดทุกอย่าง ไม่คิดอย่างเดียวคือ ไม่คิดจะสู้ต่อ!!!! เดินออกมาจากห้องเลยค่ะ ล้างหน้า ตบหน้าตัวเองหลายๆครั้งแล้วพูดอย่างดังเลยค่ะว่า สู้เว้ย!!!! เลียนแบบพี่ที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกเลยค่ะ

12721775_10209003982681837_1049927530_n

ตอนนั้นมาศึกษาการตลาดอย่างดี ถามผู้ที่เคยทำคนอื่นๆ ศึกษาผ่านเน็ต ผ่านคนขายโดยตรง เดินเข้าออกร้านเสริมสวยถามผู้ซื้อ ถามผู้ขาย เรียกว่าตอนนั้นเสมือนนักวิจัยเลยค่ะ ถามแล้วจด จดแล้วเอามาวิเคราะห์ว่าอะไรควรไม่ควร ศึกษาไปมาก็โชคดีเจอบริษัทหนึ่งที่ขายพวกสบู่และเวชสำอางค์ ตอนนั้นเลยคิดจะทำผลิตภัณฑ์อีกครั้งเป็นพวกเซรั่ม แต่ไม่มีทุน แต่รู้ละว่าถ้าจะเริ่มควรเริ่มแต่น้อยก่อน ตอนนั้นพ่อกับแม่เอาเงินเก็บที่จะให้เราตอนเรียนจบมาให้ก้อนหนึ่ง มันไม่มากแต่ก็พอที่จะผลิตสินค้าได้สัก100ขวด พ่อแม่บอกว่า ถ้าครั้งนี้พลาดอีกพวกเค้าก็ไม่มีเงินให้แล้วนะ ถ้าไม่กลับมาเรียนต่อก็ทำงานของที่บ้านไปเรื่อยๆถึงจะไม่รวยแต่ก็ยังมีข้าวกิน ตอนนั้นรู้สึกว่าเงินจำนวนน้อยก้อนนั้นมันหนักมาก รู้เลยว่าการทำงานมันยากลำบากแค่ไหน

12735929_10209003982641836_472577483_n

แล้วเราก็เอามาลงทุนทำเซรั่มไป100ขวด เริ่มขายใหม่ คราวนี้เรารู้ละว่าอะไรควรทำยังไง ขายออนไลน์บ้าง เดินเข้าตามร้านเสริมสวยบ้าง เอาไปให้แม่ค้าใช้ฟรีๆเพื่อเอาไปบอกต่อ ไปๆมาๆ 100ขวดขายหมดในเวลาไม่นานเลย กลายเป็นว่ารอบต่อไปต้องสั่งถึง500ขวดเพื่อให้พอดีกับที่ลูกค้าต้องการ แล้วตอนนี้สั่งต่อครั้งคือ1,000ขวดแล้ว จะว่าขายดียัง รวยยัง เราบอกได้เลยค่ะว่านี่มันพึ่งเริ่มต้น เราไม่มีใบปริญญามาแปะฝาบ้านแบบคนอื่นๆ แต่ก็มีความภูมิใจที่เรามีงานทำ ช่วยเหลืองานให้พ่อแม่ได้ ไม่เป็นภาระกับพวกเค้า เรากลับไปเรียนต่อจากที่ดรอปไว้จนจบ ปวส. แต่ก็ไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย พ่อแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเค้าก็เคารพการตัดสินใจของเรา งานส่วนตัวเราก็มี งานที่บ้านเราก็มี เราเลยคิดว่าการเรียนต่อนั้นไม่จำเป็นสำหรับเราแล้ว

10446423_10209003984241876_1010737963_n 12746207_10209003981241801_101427184_n 12746242_10209003981321803_700901618_n

วันนั้นถ้าเราไม่ได้ล้ม เรารู้เลยว่าจะไม่มีวันนี้ ไม่มีการศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง ไม่มีการเข้าหาผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ ก็คงทำแค่ซื้อมาขายไปนั่งจ้องคอมอย่างเดียว ถ้าทำได้แค่นั้นก็เหมือนเป็นแค่กบในกะลาที่ไม่มองหาโลกกว้าง เพราะเราได้ล้ม เราจึงเรียนรู้ที่จะลุก เพราะเราโมโหจนตัวต่อเราตกแตก เราจึงได้เรียนรู้ที่จะสร้างขึ้นใหม่ เราอาจจะโชคดีที่มีโอกาส แต่โชคอย่างเดียวนั้นมันทำให้ประสพความสำเร็จไม่ได้ ต้องมีความพยายามด้วย คนเราเกิดมาทั้งทีมันก็ต้องทำให้สุดป่ะคะ ท้อจนถึงที่สุดแล้วกลับมาแกร่งกว่าที่เคยเป็น..

 

ขอบคุณเรื่องราวจากเฟสบุค กัญญา ศรีโลจ๋าว

12769568_10207571604222333_2047215958_n

 

loading...

ข่าวฮอตน่าสนใจ