แหกหน้าสภาทนายความ ผู้ไม่ประสงค์ออกนามควัก เงินสด 1 แสน ช่วย “น้องบีม”

จากกรณี “น้องบีม” เด็กพิการที่ถูกทนายตัวแสบโกงเงินจำนวน 5 ล้านบาท ผ่านมาประมาณ 1 ปี วันนี้ทนาย “พิสิษฐ์ สัมมาเลิศ” ติดคุกเรียบร้อยแล้ว แต่มีคนรับปากจะจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือน้องบีม แต่ปรากฏว่าทุกอย่างกลับเงียบ เหมือนถูกลอยแพ ทำให้แม่เสียใจซ้ำซ้อน

รายการโหนกระแสวันที่ 18 เม.ย. ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.20 น. ทางช่อง 28 ได้เชิญ “คุณพรทิพย์ แก้วผ่อง” แม่น้องบีม รวมทั้ง “น้องบีม ภัทรดา แก้วผ่อง” มาพูดคุยกันในรายการ

ขอย้อนอดีตสักนิดหนึ่ง วันนั้นคุณแม่กับน้องบีมประสบอุบัติเหตุ?
แม่ : “ตอนนั้นหมอให้คำตอบว่าพิการตลอดชีวิต สาเหตุเนื่องจากไขสันหลังได้รับความกระทบกระเทือน คุณพ่อน้องก็เสียชีวิตคาที่ วันนั้นไปกัน 4 คน น้องยังแบเบาะอยู่ ด้ามเกียร์ตีกับกระดูกสันหลังแตก”

ในเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้มีประเด็นข้อพิพาทเกิดขึ้นระหว่างบริษัทรถ 18 ล้อกับครอบครัวของน้องตอนนั้นมีการเรียกเงินไปประมาณเท่าไหร่?
แม่ : “ตอนล่าสุดที่แม่มารู้ว่าว่าแม่โดนโกงคือ 5 ล้าน”

ตอนนั้นมีทนายพิสิษฐ์บอกว่าจะเข้ามาช่วยดูแลเรื่องนี้ ได้มีการไปเรียกเงินกับทางรถ 18 ล้อ ฟ้องกันแล้วชนะ ตอนนั้นได้เงินเท่าไหร่?
แม่ : “ตอนนั้นบอกแม่ได้ 1 ล้าน แต่เขาบอกว่าจะให้แม่เป็นงวดๆ แต่พองวดที่ 8 ที่ 9 ไม่จ่าย”

หลังจากทราบก็สามารถจับตัวทนายได้?
แม่ : “ตร.สน.บางยี่ขัน ท่านก็เข้ามาช่วยและไปแอบซุ่มจับได้ ปรากฏว่าเขาบอกว่าเงินไม่มีแล้ว ตอนจับได้เขาบอกว่าจะให้ญาติๆ ช่วย ไม่รู้เขาพูดให้แม่ดีใจหรือเปล่า”

แล้วได้เงินมั้ย?
แม่ : “ไม่ได้ค่ะ”

ตอนนั้นคุณแม่แค่ต้องการให้ใครสักคนยื่นมือมาช่วยคุณแม่ เพราะลำบากมาก?
แม่ : “ก็ต้องใช้จ่ายเป็นค่าทุกอย่าง ค่าบ้าน ที่อยู่ ในเรื่องการรักษาน้องบีม เพราะการรักษาน้องต้องใช้เงินเยอะ”

ยังไปขายพวงมาลัยที่วัดอยู่มั้ย?
แม่ : “ก็ยังขายอยู่”

แล้วมาได้เงินจากการออกข่าว?
แม่ : “แม่โดนคำถามที่วัดเหมือนกันทุกวัน จนบางครั้งเวลาที่เขาถาม แม่ก็บอกว่าน้องบีมตอบแทนแม่หน่อย แม่ไม่อยากตอบแล้ว”

เขามาถามว่าอะไร?
แม่ : “เขาบอกว่าดีใจด้วยนะ ได้เงินคืนแล้ว คุณแม่ดีใจด้วยนะ สภาเข้ามาช่วยเหลือเต็มที่เลยใช่มั้ย เขามาช่วยเต็มที่เลยใช่มั้ย เป็นคำถามที่ฟังแล้วไม่ใช่ ที่เราเจอคือไม่ใช่เหมือนที่เขาถาม”

แม่เจออะไร?
แม่ : “ที่เราเจอคือ เราก็ยังไม่ได้เงินคืน แล้วทางสภาเวลาเขาช่วยเหลือเรา คือทนายเขาโกงแม่ แม่สอบถามว่าคดีไปถึงไหนแล้ว ตอนที่พาแม่ไปสุราษฎร์ แม่ขอรายละเอียดได้บ้างมั้ย”

สรุปคดีนี้มีทนายกลุ่มหนึ่งเข้ามาช่วย เป็นทนายกลุ่มไหน?
แม่ : “ทนายกลุ่มที่ท่านนายกฯ สมบัติ จัดให้มาช่วยเหลือ”

แม่เสียใจซ้ำซ้อนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น?
แม่ : “มีความรู้สึกว่าแค่พาแม่ไป แต่แค่อยากรู้คำตอบบ้างว่าศาลเขาว่าไงมั่ง แม่จะได้เงินคืนบ้างมั้ย ก็เป็นคำตอบที่แม่ไม่ได้รับอะไรมาเลย เราอยากรู้บ้างว่าคดีไปถึงไหนแล้ว ความรู้สึกคือเหมือนเดิม อยู่ไปแบบไม่รู้เรื่องอะไรเลย พอมีคนถามว่าคดีไปถึงไหน เราไม่มีคำตอบให้ประชาชนที่เขาติดตามข่าวเรา”

เราก็รู้เท่าๆ ประชาชนที่มาถามเรา?
แม่ : “ใช่ ถามทนายไปก็ไม่มีคำตอบ ล่าสุดแม่ถามว่าคดีเป็นยังไงบ้าง เขาบอกว่าศาลยื่นอุทธรณ์ เราก็ตามความเข้าใจเราคือต้องรอเป็นระยะ 10 ปีเหมือนที่เราเคยรอคอยมาหรือเปล่า เขาก็บอกว่าต้องสู้ถึงชนะ ความรู้สึกแม่คือต้องสู้ถึงชนะ เหมือนที่เราสู้ทุกวันนี้หรือเปล่า”

ทางทนายฝั่งนั้นจะจัดกองทุนให้แม่กองทุนหนึ่ง?
แม่ : “แม่เคยไปออกรายการหนึ่ง ท่านโฆษกสมบัติท่านก็มาออกรายการด้วย แล้วท่านก็มานั่งข้างๆ น้องบีม คุยกันก็แทนตัวเองว่าคุณลุง น้องบีมไม่ต้องห่วงนะลูก ถึงหนูไม่ได้ห้าล้านของหนูคืนแต่ลุงจะช่วยหนูเอง โดยที่ลุงจะตั้งกองทุนสภาทนายความช่วยเหลือเต็มที่ แล้วคำพูดนี้เขาไม่ได้พูดกับแม่เขาพูดกับน้องบีม”

บีม : “ลุงพูดแบบนั้นค่ะ บอกว่าจะตั้งกองทุนจากสภาทนายความช่วย”

หลังจากพูดมีอะไรเกิดขึ้น?
แม่ : “น้องบีมเขาถามว่าแม่ ป่านนี้คุณลุงเขาช่วยหนูแล้วเนอะ แม่ก็เลยไลน์ถามเขาว่าท่านได้จัดตั้งกองทุนเหมือนที่ท่านเคยพูดกับน้องบีมเปล่าค่ะตอบมาสั้นๆ ว่าเปล่า ไม่เคยจัดตั้ง ก็ไม่มีคำตอบกลับมาค่ะ หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ทุกอย่างก็ยังเงียบอยู่ค่ะ”

ณ ตอนนี้ยังใช้วิถีชีวิตแบบเดิมๆ พาน้องไปขายพวงมาลัยที่วัด มีอะไรเพิ่มเติมอีกมั้ย?
แม่ : “ก็มีเปิดร้านกาแฟให้น้อง”

มีหนี้สินมั้ย?
แม่ : “มีเกือบๆ สองแสนบาท”

ช่วงเกือบๆ ปีที่ผ่านมา มีคนบริจาคเงินให้คุณแม่ เงินบริจาคได้เท่าไหร่?
แม่ : “เกือบๆ 6 แสนบาท”

ทำไมไม่เอาเงิน 6 แสน มาใช้หนี้ 2 แสนจะได้เป็นไท?
แม่ : “ความคิดแม่ ถ้าเราไม่มีเงินจำนวน 5 ล้าน ก็พยายามเก็บไว้ ในสิ่งที่เราจำเป็นจริงๆ ตอนนี้ยังสามารถหาตังค์ได้ ก็หาตังค์จ่ายหนี้”

เก็บเงิน 6 แสนเป็นต้นทุนชีวิต เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อาจต้องรักษาลูก 6 แสนบาทอาจช่วยให้น้องเดินได้?
แม่ : “ความคิดแม่ น้องบีมต้องเดินได้”

6 แสนขอเก็บไว้เป็นทุน วันหนึ่งไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าไม่ได้เงิน 5 ล้านก็อาจต้องใช้จากส่วนนี้ มีเจ้าหนี้มาถามมั้ย?
แม่ : “คือตอนที่เราฟ้องศาลกัน คนรู้จักกัน เรายืมเงินเพราะเราคิดว่าเราต้องได้ และใช้เงินคืนไม่กี่วัน แต่พอมาเจอเหตุการณ์นี้ก็ผ่อนจ่ายไปเรื่อยๆ เขาก็ถามเหมือนกันว่าทำไมไม่เอาเงินส่วนนี้มาใช้ แต่มีความรู้สึกว่าน้องบีมบอกว่าเงินส่วนนี้หนูดีใจที่ประชาชนบริจาคให้หนู เราก็หาเงินกันดีกว่า ใครจะว่าอะไรก็ช่างเขา”

ทุกวันนี้ได้รายได้เท่าไหร่?
แม่ : “ตอนนี้ขายของดีขึ้นหน่อยค่ะ”

ทำไมตอนนี้คอยหลบนักข่าว?
แม่ : “แม่พูดไปก็ไม่มีอะไรจากแม่ บางครั้งแม่ก็กลัวเหมือนกัน เพราะตอนนี้แม่ไม่อยากให้ใครรู้ที่อยู่ ที่อยู่เก่ามีคนมาขอเงินแม่ มาทำความรู้จักกับเราโดยไม่ได้เป็นญาติกับเรา”

มีคนตระเวนพาแม่ออกรายการแล้วหักเปอร์เซ็นต์แม่ จริงมั้ย?
แม่ : “จริง เป็นประชาชนธรรมดา แล้วก็หักเปอร์เซ็นต์ เราก็กลัว เราอยู่กับน้องบีมแค่สองคน เราไม่กล้าพูดเยอะ ตอนนี้อยู่กันแบบมีอะไรก็คอยดู แม่ไปขายของที่วัดก็สั่งเขาที่วัด”

ยังมาอยู่มั้ย?
แม่ : “ตั้งแต่แม่ย้ายออก มีหน่วยงานตำรวจมาช่วยดูแล”

ว่าที่พันตรีสมบัติ วงศ์คำแหง โฆษกสภาทนายความ ตอนนี้มีกระแสวิจารณ์ถึงคนที่เข้ามาดูแลกรณีคุณแม่ กับน้องบีม ประเด็นเลย คือทนายความที่เข้ามาดูแลเขา เวลาถามอะไรไป ทนายไม่ตอบอะไรเลย?
แม่ : “ทนายไม่อธิบาย บอกแค่ว่าต้องสู้ถึงจะชนะ”

ไม่มีข้อมูลอื่นให้?
สมบัติ : “สรุปภาพคดีให้ดู 3 เรื่องนะครับ เรื่องแรกที่มาขอความช่วยเหลือจากเนติบัณฑิตยสภาและสภาทนายความ ทางกองทุนยุติธรรม ท่านธวัชชัย ไทยเขียวมาด้วย พอรับเรื่องปุ๊บ ประเด็นคือคุณแม่ไปเซ็นบันทึกข้อตกลงกับทนาย ว่ารับสภาพหนี้ชดใช้เงินจำนวนหนึ่ง ดูเรื่องระยะเวลาแล้ว จำเป็นต้องมีการบังคับคดีแพ่ง ตามที่เขาเซ็นรับสภาพไว้ ทีนี้เราก็ฟ้องแพ่งเพื่อให้เขาชดใช้เงิน ตอนนี้ก็อยู่ที่ศาลแพ่ง อยู่ระหว่างการนัดสืบพยานอยู่ อันนี้คือคดีที่ 1 ช่วยแล้ว คดีที่สอง ระหว่างนั้นขึ้นมา มีการทราบว่าทางตัวทนายและตัวสุภาพสตรี 2 คนถูกจับดำเนินคดีอาญา คดีนี้ก็สอบถามกับทางคุณแม่ว่าเราจะช่วยคดีนี้ต่อ คุณแม่ก็โอเค ไปดำเนินคดีเรื่องอาญาต่อ ทนายพิสิษฐ์ รับสารภาพก็ติดคุกเลย 5 ปีเศษ ตอนนี้อยู่ในเรือนจำ อยู่ในระหว่างฎีกา ผู้หญิงสองคนแยกฟ้องไปอีกต่างหาก ซึ่งเขาสู้คดี ก็ต้องสืบพยานยาว อันที่สามคือคดีที่ศาลจังหวัดไชยา อันนี้ตั้งแต่คุณแม่ให้ไปฟ้องคดีละเมิดที่ศาลจังหวัดไชยา ได้ค่าเสียหายประมาณ 4-5 ล้าน จังหวะนี้เอง ระหว่างที่จะบังคับคดี ทนายพิสิษฐ์เข้ามารับอาสาดำเนินการให้ แล้วทนายพิสิษฐ์ก็ไปทำเรื่องที่ศาลจังหวัดไชยาไว้ ไปเซ็นขอถอนไม่ติดใจที่จะบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยทั้งหมด ซึ่งในจำนวนนั้นก็มีทนาย สุภาพสตรี ตัวบริษัทขนส่งด้วย แล้วถามว่าจะได้เงินได้อย่างไร คดีแพ่งรับสภาพหนี้จากทนายพิสิษฐ์ ซึ่งเท่าที่ทราบ ตอนนี้ทนายพิสิษฐ์เราทราบข้อเท็จจริงค่อนข้างชัดว่าเท่าที่สืบไม่เจอทรัพย์สินใดๆ ก็เป็นปัญหาว่าจะได้เงินมาได้อย่างไร ครอบครัวนี้น่าสงสารครับ ต้องทำให้ได้เงิน อีกด้านคือคดีอาญา พิพากษาจำคุก จำคุกก็ไม่ได้อะไรเหมือนกัน เพราะเป็นคดีอาญา ทำอย่างไรคดีแพ่งจะได้เงิน เรื่องนี้เป็นเรื่องของศาลจังหวัดไชยา ที่ไปเซ็นถอนให้ไม่ติดใจที่จะมาบังคับคดีไม่ยึดทรัพย์ใคร”

ตอนนี้สังคมกำลังด่าว่าทำไมทนายที่ดูแลเขาไม่แจ้งอะไรเขาเลย?
สมบัติ : “คือเรื่องพอเราไปเซ็นถอน ศาลก็เห็นว่าเรื่องที่เราไปเซ็นไว้มันทำให้เกิดปัญหา ศาลก็ยกฟ้องและต้องอุทธรณ์ต่อไป เพราะตรงนี้มีกรณีของน้องบีมด้วยว่าเป็นเด็กไปถอนไม่ได้ คุณแม่เซ็นมอบให้ทนายไปถอนโดยน้องบีมไม่ถอน หรือไม่ได้รับอนุญาตจากศาลไม่ได้ ก็อุทธรณ์ต่อไป นั่นคือสิ่งที่ทนายบอกต้องอุทธรณ์ต่อถึงจะชนะ แต่เหตุที่ทำทั้งหมดในคดีแพ่ง การไปถอนบังคับคดี เพื่อให้ไปยึดทรัพย์มา ถ้าไม่ถอนยึดทรัพย์ไม่ได้ แล้วการไปยึดทรัพย์ ทนายไม่มีทรัพย์ ก็ต้องไปดูจำเลยอื่นว่ามีทรัพย์หรือเปล่า โอกาสได้เงินจากคดีนี้มีมาก แต่ถ้าไม่ได้เลย แปลว่ามันไม่มีทรัพย์สิน”

ทำไมไม่ตอบเขา?
สมบัติ : “ทนายที่ไม่บอกเพราะเขาประสานงานเป็นระยะๆ ต้องบอกว่าบุคลิกแต่ละคนไม่เหมือนกัน เอาเป็นว่าผมมอบให้เขาไปดำเนินการ เมื่อดำเนินการแล้วมีปัญหาในการสื่อสาร เมื่อไม่สบายใจ ผมก็ขอโทษแทนทนายเขาด้วย เพียงแต่ว่าทนายก็อาจจะสื่อสารตามบุคลิกของเขา”

เรื่องสัญญาที่ว่าจะตั้งมูลนิธิให้น้องบีม?
สมบัติ : “คือผมเป็นโฆษกทนายความ มีการพูดคุยกันจริงในกลุ่มของกรรมการบางส่วน มองว่าเคสนี้ถ้าช่วยน้องได้ก็น่าจะช่วยกัน แต่มีบางสิ่งบางอย่างจากผู้ใหญ่บางท่านว่างั้นก็ตั้งเป็นกองทุนดีมั้ยเพื่อระดมทุนช่วยน้องบีม พอยังไม่ได้ตกผลึกว่าจะตั้งกันจริง ไปรายการนี้ผมเห็นน้องบีมน่าสงสาร ผมก็เลยเล่าให้ฟังว่าเรามีแนวคิดที่จะตั้งกองทุน”

แต่ไม่ได้บอกว่าจะจัดตั้ง?
สมบัติ : “บอกเขาว่ามีแนวคิดจะจัดตั้งกองทุนขึ้นมา แต่เป็นแบบไหนอย่างไรยังไม่ทราบ แต่เพื่อให้กำลังใจเขา อาจจะปากไวไปนิดนึงก็ได้นะ ก็มีการพูดแบบนั้นจริง แต่หลังจากนั้นมาเมื่อมีการแถลงข่าว ทางสภาทนายความหลายท่าน ก็มอบเงินให้เป็นการส่วนตัว ท่านนายกฯ ก็มอบให้เป็นการส่วนตัว”

มีการมอบจริงมั้ย?
แม่ : “มีการมอบจริงค่ะ มีเขียนหน้าซองสองหมื่น หนึ่งพันกว่าบาท”

สมบัติ : “ครับ ทนายก็มีการขยับกันช่วย นายกฯ ก็เลยบอกว่าถ้างั้นก็เป็นเรื่องการช่วยเหลือส่วนตัวแล้วกัน กองทุนก็เลยไม่ได้จัดตั้งขึ้นมา เรื่องนี้ก่อนหน้านี้สักพัก ทางแม่น้องบีมก็ถามอยู่เหมือนกัน ก็เรียนให้ทราบแล้วว่ามันไม่มีแล้ว ก็ไม่คิดว่าจะเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์มาก”

ทางนี้เขาก็หวังเพราะเขาก็ลำบาก?
สมบัติ : “ก็จริงๆ ไลน์ตอบไปเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องบอกว่าครอบครัวนี้เขาน่าสงสาร โดยส่วนตัวผมติดต่อประสานงานช่วยหลายๆ เรื่อง ทั้งงานที่ควรจะได้ ตอนนี้ผมไม่กล้าพูดออกสื่อแล้ว ก็เข้าใจว่าเป็นการคาดหวัง ให้ความหวังไปเลยตั้งความหวังไว้สูง ก็ขอโทษที่ทำให้ไม่สบายใจ เรื่องงานเรื่องคดีนี้ตั้งแต่ช่วยมาผมไม่เคยทุ่มมากมายขนาดนี้มาก่อน เรื่องนี้มีการรายการที่ประชุมตลอด ไม่ทอดทิ้งเลย”

ต่อไปนี้คุณแม่จะถามทนายที่ดูแล ทางทนายสละเวลาตอบซะหน่อย?
สมบัติ : “ได้ครับ เดี๋ยวจะกำชับให้”

เขาคงอยากรู้ว่าชีวิตจะเดินต่อยังไง พอไม่ตอบก็เคว้ง?
สมบัติ : “อันนี้มี 3 หน่วยงานนะครับ คือท่านธวัชชัย ไทยเขียว เดิมทีผมติดประชุมอยู่ ท่านก็บอกว่าให้ช่วยมาออกรายการหน่อย สังคมจะได้เข้าใจ ท่านก็ไม่สบายใจ สภาทนายความก็ยังอยู่ เนติบัณฑิตยสภาก็ยังอยู่ สามหน่วยงานนี้ถือว่าเป็นองค์กรนำของกฎหมายแล้ว ร่วมมือกันเป็นเคสแรก จับมือกันช่วยลักษณะแบบนี้ สบายใจได้เลยครับ ตอนนี้เป็นกระบวนการที่ยังเดินอยู่ทุกเรื่อง”

เรื่องเงินที่เขาหวังจะมีกองทุนมาช่วยเหลือ จะทำยังไงดี?
สมบัติ : “ผมเรียนตรงนี้ว่าไม่มีการจัดตั้งกองทุน แต่เดี๋ยวจะไปเรียนถามให้ว่ายังมีใครประสงค์จะช่วยเหลือคอรบครัวนี้บ้าง ก็อาจไปสื่อสารต่อให้ ก็เข้าใจว่าลำบาก และตอนนี้ต้องย้ายออกจากคอนโดเก่าเพราะมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ด้วย ก็คุยกันมาตลอด เหมือนญาติพี่น้องแหละครับ”

เราก็มีผู้ไม่ประสงค์ออกนาม มอบเงิน 1 แสนบาท ผมเป็นตัวแทนมอบแทน ก็ขอให้ทั้งสองคนใช้เงินจำนวนนี้ใช้ในทางที่ถูกที่ควร จะเก็บไว้หรือจะใช้หนี้?
แม่ : “จะใช้หนี้ค่ะ เราก็รู้สึกว่าเราใช้ลูกหนักไปมั้ย เขาพักผ่อนน้อย ล่าสุดก็เข้ารพ. พอมีร้านกาแฟเราก็ดีใจนะ แต่เหมือนกลายเป็นเวลาพักผ่อนของน้องก็น้อย เหมือนเราโหดกับลูกเกินไปรึเปล่า”

เรื่องสภาทนายความก็เคลียร์นะครับ?
แม่ : “เวลาแม่ถามอะไรขอให้แม่รู้เรื่องหน่อย”

สมบัติ : “ถ้าไม่รู้เรื่องโทรหาผมเลย”

แม่ : “แม่ไม่ได้จะทวงสัญญา คือเหมือนกับเราก็ขอให้เขาเคลียร์ พูดให้น้องมีนเข้าใจ”

สมบัติ : “ทุกคนพร้อมเป็นกำลังใจให้นะครับ”

อยากพูดอะไรกับคนให้เงิน 1 แสนหรือคนบริจาคเงินให้มา?
แม่ : “แม่ก็ขอบพระคุณมากที่ช่วยเหลือแม่กับน้องบีม ที่ผ่านมาชีวิตผ่านมาทุกอย่าง จนบรรยายไม่ได้แล้วค่ะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”

loading...

ข่าวฮอตน่าสนใจ