ตกอับเหลือเงิน 200 มีแต่คนดูถูก..พอรวยซื้อกระเป๋าหมด 50 ล้านมีแต่คนด่า

ชีวิตหาความพอดีไม่ได้ในสังคมทุกวันนี้ อย่างเรื่องราวชีวิตของนักสู้สาวเมืองยาโม่ เฟิร์น วรรณภา พวงสน เฟสบุค Wannapa Pongson ก็เคยผ่านช่วงชีวิตตกอับเหลือเงินติดตัวแค่ 200 บาท เรียกว่าตอนนั้นอับจนแบบสุดๆหันหน้าไปพึ่งพาไปยืมเงินใคร ก็มีแต่คนผลักไสไล่ส่งและดูถูกดูแคลนต่างๆนานา ว่าหนังหน้าโหงวเฮ้งแบบนี้ไม่มีทางได้ดีหรอก จำจนวันตาย สาวเฟิร์น บอกถึงประสบการณ์ในอดีตกว่าจะฝ่าฟันเป็นนักธุรกิจสาวพันล้าน

“กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ก็ไม่ใช่ง่ายเหมือนกันที่จำไว้เป็นบทเรียนไว้สอนลูกสอนหลานเลยคือครั้งหนึ่ง เฟิร์น  เคยลำบากมาก ตอนนั้นธุรกิจที่ทำโดนโกงไงพี่ เหลือเงินติดตัวจริงๆ 200 บาท บากหน้าไปพึ่งใคร ไปยืมใครก็ไม่มีใครกล้าให้ยืม บอกว่าเราไม่มีเครดิต  มิหนำซ้ำยังดูถูกเราว่า หน้าแบบนี้ไม่มีทางได้ดีหรอก การที่โดนคนดูถูกเราทำให้เฟิร์น ลุกขึ้นมาสู้อีกครั้งทั้งๆที่ไม่พร้อม แต่เพราะคำพูดพวกนี้ทำให้เรามาถึงตรงนี้ จริงๆก็รู้สึกขอบคุณนะที่ดูถูกกัน ถ้าไม่มีคำดูถูกแบบนั้น เฟิร์น อาจไม่ได้มาจนถึงวันนี้ก็ได้”

ลุกขึ้นสู้จากเงินติดตัวในกระเป๋าแค่ 200 บาท ผ่านไปไม่กี่ปี เฟิร์น กลายเป็นเจ้าของธุรกิจที่เติบโต มีเงินสดหมุนเวียนเป็นพันล้าน เรียกได้ว่าเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนบนโลกออนไลน์ที่ได้เข้าไปรู้จักตัวตนของเธอ  “คือยอมรับว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้มันทดสอบความอึดอดทนมาก นอนวันละ 2-3 ชั่วโมง บางวันไม่ได้นอน หาลู่ทางทำกินทุกอย่าง ขายของตลาดนัด เอาเสื้อผ้ามือสองไปขาย รับของกิ๊ฟซ็อปมาขายบ้าง ฝนตกตลาดนัดไม่มีคนมาซื้อก็อด ไม่มีเงินซื้อข้าวกิน ตอนนั้นบ้านที่อยู่ก็จะโดนยึด หมดหนทางสุดๆ”

“แต่พอเราเริ่มทำธุรกิจผ่านเฟสบุค ขายของในเฟสบุค ลูกค้าก็เริ่มติด มีตัวแทน พอมีเงินก็มาเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าและรับผลิตสินค้าทำการตลาดออนไลน์เอง ให้ทำเฟิร์น พลิกชีวิตไปหมดทุกอย่าง ตอนนี้ดูแลครอบครัวและพ่อแม่ที่สำคัญช่วยเหลือคนที่เข้ามาทำธุรกิจกับเราให้ประสบความสำเร็จ ถามว่าทุกวันนี้มีเงินสด มีบ้านมีรถ เราก็สบายไปทั้งชาติแล้ว แต่ที่เราไม่ยอมหยุดเพราะคนที่ตามเรามายังไม่ประสบความสำเร็จ เฟิร์น ก็ต้องทำงานขยันเหมือนเดิมช่วยเขา”

เห็นบอกว่ามีเงินสดเกือบพันล้านๆ บ้านอีกหลายสิบหลัง รถเกือบยี่สิบคัน ล่าสุดบอกว่าซื้อกระเป๋าหมดเงินไป 40-50 ล้าน เกินไปมั้ย แถมพอโพสเรื่องราวตรงนี้ลงบนเฟสบุคก็มีคนมาด่าว่าอวดรวย ประมาณรวยอย่างเดียวไม่ได้ต้องโง่ด้วย “เฟิร์นอยากบอกว่า ชีวิตมันหาความพอดีไม่ได้เลย คือเราก็แค่อยากจะบอกว่าที่เราซื้อกระเป๋าหมดเงินเกือบ 50 ล้าน คนก็มาหาว่าเราสิ้นเปลือง! เว่อร์! ใช้เงินไม่เป็น! อะไรแบบนี้ คือที่ซื้อเนี่ยไม่ได้ฟุ่มเฟือยหรืออวดรวย แต่การที่เราทำงานมาจนเหนื่อยเราย่อมอยากได้รางวัลให้กับชีวิตจริงมั้ย ไม่มีใครหรอกที่ทำงานเหนื่อยจนตายแล้วชีวิตไม่ได้อะไร คนเราพอทำงานมาหนักเราก็อยากหาความสุขให้กับตัวเอง ตัวหนูเองชอบกระเป๋าแบรนด์เนมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  ซื้อมาจนล้นบ้าน เอามานับๆดูก็ประมาณ 40-50 ล้านบาท 4 เดือนที่แล้วก็เพิ่งซื้อมาใบหนึ่งราคา 1,800,000 บาท พอเราโพสก็เจอกระแสแอนตี้ ด่าเราใหญ่เลย ก็งงเหมือนกัน”

“ตอนตกอับยากจนก็แต่คนดูถูก พอมีฐานะขึ้นมาก็หาว่าอวดรวย หาความพอดีไม่ได้เลยในชีวิต แต่ที่เฟิร์น ออกมาโพสเพราะอยากให้มุมมองให้คนมองเห็นว่า เราไม่ควรยึดตึดกับวัตถุ เพราะเฟิร์นเองก็เคยเป็นแบบนั้นมาก่อน แต่ก่อนเคยให้ลูกนั่งตักกอดลูกนั่งตัก แต่พอมีกระเป๋าแบรนด์เนมกลายเป็นกอดกระเป๋าหวงกระเป๋าแทน ลูกมานั่งทับกระเป๋าก็ไม่ได้ ประมาณว่ารักกระเป๋ามากกว่าลูก พอมาถึงจุดๆหนึ่งมันทำให้เราเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย เฟิร์นถึงเอามาโพสเพราะอยากให้มุมมองกับคนว่า ของแพงหรือเงินไม่สามารถ อัพตัวเราได้และไม่สามารถอยู่กับเราได้ตลอดชีวิต ความดีต่างหากที่จะอยู่กับเราตลอดไป ทุกวันนี้เฟิร์นแจกของฟรี ให้ของกับคนนั้นคนนี้เหมือนคุณตัน ไม่ใช่อยากเอาหน้าหรืออวดรวยแต่เพราะเรามีเพียงพอ เห็นคนรับมีความสุขเราก็มีความสุขแล้ว ตรงนี่แหละที่อยากบอกอยากเล่า แต่กลายเป็นดราม่า มาว่าเราอวดรวยไปซะงั้น อันนี้ก็เข้าใจความคิดคนนะว่าห้ามกันไม่ได้ แต่อย่างน้อยเชื่อว่า ถ้าหากเขาเคยเห็นความอยากลำบากของเราในอดีตกว่าจะผ่านมันมาได้ เขาก็คงจะเข้าใจเรา”

ติดตามเรื่องราวเพื่อเป็นแรงบันดาลในการสู้ชีวิตที่ เฟสบุคของ เฟิร์น ที่ Wannapa Pongson

 

loading...

ข่าวฮอตน่าสนใจ