ลูกป้าขี่วินยันแม่ไม่ตั้งใจฆ่า พี่รปภ.ถูกแทงตายสวนเดือด-โดน 3 รุม 1

ลูกป้าขี่วินยันแม่ไม่ตั้งใจฆ่า ยันไม่มีเจตนาให้ถึงตาย แต่สู้ไม่ได้ พี่รปภ.ถูกแทงตายสวนเดือด โดน 3 รุม 1 ยังสู้ไม่ได้อีกหรือ ขอเอาเรื่องถึงที่สุด

จากกรณีสามีภรรยาคู่หนึ่งมีอาชีพขี่มรถจักรยานยนต์รับจ้าง มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับรปภ. ก่อนก่อเหตุใช้มีดแทงจนรปภ. เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณทางเข้าลานจอดรถเอกชนแห่งหนึ่งปากซอยมิตรภาพ ริมถนนเทพรัตน์ กม.7 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

Loading...

รายการโหนกระแสวันที่ 21 พ.ค. “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 ได้สัมภาษณ์ “แหม่ม คมคาย” ลูกสาวป้าขับวินผู้ก่อเหตุที่มาเปิดใจในรายการ พร้อม “ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร”

พี่แหม่มเป็นลูกคุณป้าพะเยา คุณป้าพะเยาอายุเท่าไหร่?
แหม่ม : “67 ปีค่ะ พ่อแม่ทำอาชีพขี่วินมอเตอร์ไซค์ เราก็อยู่วินเดียวกัน”

เหตุเกิดอะไรขึ้น?
แหม่ม : “เกิดอุบัติเหตุในซอย เกิดจากพ่อเข้าไปส่งผู้โดยสารในซอย เขาเกิดอุบัติเหตุก็รอประกัน ไปเฉี่ยวชนรถเก๋งล้ม ทีแรกไม่รู้ว่ามีผู้โดยสาร เข้าไปดูแล้วรอบนึง ระหว่างรอประกันมา ก็บอกว่าไม่เป็นไรใช่มั้ย งั้นเดี๋ยวไปวิ่งรถต่อ ทีนี้น้องผู้โดยสารเขาอยู่บริษัทเดียวกับแฟนพี่ ก็โทรไปบอกแฟนว่าโดนวินทิ้ง รถล้มอยู่ข้างนอก”

อยู่ดีๆ แม่มาเกี่ยวอะไร?
แหม่ม : “พ่อโทรให้แม่ไปเอาสำเนารถมาให้หน่อย เพราะประกันจะเอาสำเนารถคันนี้ พ่อไม่ได้พกพา”

พ่อต้องใช้เอกสารในการเคลียร์กับประกัน เลยใช้แม่ซึ่งอยู่ที่บ้านเอาเอกสารออกมา หลังจากนั้น?
แหม่ม : “เราก็เข้าไปหาอีก แล้วถามว่าพ่อประกันมาหรือยัง อย่าลืมบอกด้วยนะว่าผู้โดยสารเจ็บ กุญแจรถมันหัก บอกพ่อเท่านั้นแล้วจะออกไปแล้ว พอดีแม่มาพอดี พอกุญแจหักปุ๊บ ประกันก็รอเอกสาร สักพักคุณแม่ก็เอาเอกสารมาให้ แล้วอยู่ๆ รปภ.ก็ใช้คำพูดที่ไม่ดี เขาตะคอกใส่เรา เราก็บอกว่าเดี๋ยวก็ไปแล้ว เพราะไม่มีตังค์จ่าย เดี๋ยวประกันเขาไม่รู้”

ตรงนั้นเป็นลานจอดรถ?
แหม่ม : “มันเป็นซอย อยู่นอกลานจอดรถ”

ขวางทางเข้ามั้ย?
แหม่ม : “ไม่ขวางค่ะ เพราะรถอยู่ทางออก ตอนเช้ายังไม่มีรถออก มีแต่รถเข้า ป้อมรปภ. อยู่ตรงกลางเลย”

พอเสร็จแล้วยังไง?
แหม่ม : “เขามาไล่ แล้วมันคนละเลนกัน ตอนเช้าไม่มีรถออก มีแต่รถพนักงานมาจอด แม่ก็เป็นคนพูดไม่เพราะ เป็นคนบ้านนอก บอกว่ากูเอาเอกสารให้เขาแป๊บเดียว เดี๋ยวกูก็ไปแล้ว แล้วเขาก็ไม่ยอม รปภ.บอกว่าที่ของกู ใครจอดก็ไม่ได้ แม่ก็บอกว่าจะไปแล้ว แป๊บเดียวเอง ไม่ทันไร เขาก็เดินเข้ามาท้าทาย และดันอกแม่ แม่ก็บอกว่ามึงจะทำอะไรกู เขาก็ผลักออก แล้วมันก็ไม่ยอม แม่ก็ไปเอาหมวกกันน็อก”

แม่ผลักเขาก่อนมั้ย?
แหม่ม : “แต่ตอนเขาดันมันไม่มี”

จะบอกว่ารปภ.ดันแม่พี่ก่อน?
แหม่ม : “เขาเดินเอาหน้าอกชน แม่ก็ผลักออก แต่กล้องมันออกมาแค่นี้ หลังจากนั้นแม่ก็เดินไปเอาหมวกกันน็อก”

หมวกกันน็อกอยู่ในมือแม่อยู่แล้ว?
แหม่ม : “อ๋อ เหรอ ก็เดินกลับไป ก็น่าจะจบตรงนั้นแล้ว”

รณณรงค์ : “เหมือนเราเดินไปต่อยเขาเลย”

แหม่ม : “ใช่ เราทุบเพื่อให้เขาหยุด พี่ก็บอกว่าอย่าทำๆ เป็นพนักงานนะ อย่าทำ ตอนนั้นเราโดนกันไปข้างนอก เพราะดูเด็กอีกคน”

เขาวิ่งไปหยิบอะไร?
แหม่ม : “ไม้ค่ะ แม่เขาเห็นอยู่แล้วว่าไม้อยู่ตรงนั้น”

รปภ.เดินเอาหน้าอกไปชน แม่ผลักออก แม่เดินวนกลับไป หลังจากนั้นมีการชกต่อยกัน พี่ก็พยายามต่อยเขาเหมือนกัน?
แหม่ม : “เพื่อให้เขาหยุด เขาบอกว่ามึงอย่าคิดว่ามึงมีเด็กแล้วกูไม่กล้าทำมึงนะ แล้วโดนหลานพี่ รปภ.เป็นคนพูด แล้วก็มีคนในตลาดมาดึงพี่ออก หลังจากนั้นพี่ก็ไม่ได้มองแม่แล้ว เพราะมีเด็กอีกคนที่แม่กระเตงมาด้วย ทีนี้เขาให้แจ้งความ พี่มัวแต่โทรศัพท์ไม่ได้หันมาดูว่าเขาโดนตอนไหน”

ในข่าวบอกว่าครั้งแรกเลยรปภ.ไปหยิบไม้หน้าสามมาตีพวกพี่จริงๆมั้ย?
แหม่ม : “ไม่ ช็อตนี้เขาไปหยิบมา เพราะไม้อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว พวกพี่เห็นอยู่แล้ว”

แล้วอยู่ดีๆ แม่ไปแทงเขาทำไม?
แหม่ม : “อันนี้พี่ไม่ทราบ ตอนแทงพี่ไม่เห็น พี่มาเห็นในคลิป”

ตามข่าวเหมือนแม่พยายามบอกว่ารปภ.เอาไม้ไปตีพ่อ แล้วตีแม่ แม่เลยวิ่งไปหยิบมีดออกมา?
แหม่ม : “ไม่รู้ไปหยิบมีดตอนไหน”

พกติดตัวหรือเปล่า?
แหม่ม: “เปล่า มีดอยู่ใต้เบาะ เขาเตรียมมาเพราะลูกค้าให้กระท้อนมา เขาจะไปปอกกระท้อนกิน เขาก็เลยเอามา”

เป็นมีดอะไร?
แหม่ม : “มีดซื้อจากร้าน 20 กระท้อนอยู่ที่วิน ไม่ได้อยู่ด้วยในที่เกิดเหตุ”

รณณรงค์ : “ไม่เห็นจังหวะเปิดเบาะรถเลยนะ”

แหม่ม : “ภาพมันไม่ครบ”

เคยรู้จักรปภ.มั้ย?
แหม่ม : “ไม่ ไม่เคยมาจอดตรงนี้ เคยแต่จอดหน้าตึก ไม่เคยเจอกันมาก่อน”
ลั่นทุบให้หยุด กลัวพ่อแม่ตายเหมือกนัน

ที่บ้านเป็นไง?
แหม่ม : “พ่อก็ซึมเศร้าแหละ แม่ก็เครียด เขาไม่มีเจตนาให้ถึงตาย เราสู้เขาแต่สู้ไม่ได้ เขาแรงเยอะมาก พ่ออายุ 77 แม่ 67 แม่ก็เสาหลักในบ้าน หาเงินได้เยอะกว่า เฉพาะกลุ่มบ้านแม่มีทั้งหมด 7 คนที่อยู่ในห้องเดียวกัน ห้องที่อยู่ข้างบนอยู่กัน 4 คน หลานแยกไปอีกสองห้อง รวมทั้งหมด 12 คน”

เอาแบบตรงไปตรงมา แม่ไปด่าเขาก่อนมั้ย?
แหม่ม : “ไม่ พี่ก็อยู่ตรงนั้น พวกพี่โดนว่าก่อน เขาบอกมาจอดตรงนี้ไม่ได้ เราบอกว่าไมได้ขวางทางเข้านะ แป๊บเดียวก็จะไปแล้ว เขาก็ไม่ยอม”

อะไรเป็นตัวจุดชนวนให้รปภ.เอาอกไปชนแม่?
แหม่ม : “แม่เขาบอกว่ามึงไม่เห็นเหรอไง ว่ารถกูมีเรื่องอยู่ เกิดอุบัติเหตุ รอแป๊บนึง เดี๋ยวก็ไปแล้ว เอาเอกสารมาให้แป๊บเดียว”

ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของรถ เขามาให้ข่าวว่าแม่ไปจอดขวางจริงๆ?
แหม่ม : “ไม่ได้ขวาง ตั้งแต่เกิดเรื่องก็อยู่ตรงนั้นเลย ไม่ได้ขวาง รถจอด 3 คันเรียงตรงนั้นเลย รถพ่ออยู่ตรงกลาง”

รณณรงค์ : “ที่เราเข้าใจรถจอดขวางคือยังไง”

แหม่ม : “ขวางรถเข้าออกไม่ได้ อันนี้รถเข้าออกได้ไม่เรียกว่าขวางค่ะ”

รณณรงค์ : “อันนี้ที่เขาเข้าใจ แต่ในมุมผม มันขวาง เอาภาพมาเปิดดูก็ได้ มีตัวรถมอเตอร์ไซค์ขวางทางเข้าออกให้เข้าออกไม่ได้เต็ม 100 เหมือนเดิม เข้าได้ไม่เถียง แต่จอดตำแหน่งนี้ แบบนี้ถือว่าขวางเพราะทางเข้าออกเขา ถ้ากระเถิบมาอีกหน่อยก็ไม่ขวางแล้ว แต่เห็นว่ามันกินมาสักหน่อยแค่นั้นเอง ขวางแต่ไม่เต็มลำ”

แหม่ม : “พี่ก็บอกเขาแล้วว่าจะไปแล้ว แต่มีการตอบโต้กันก่อน มันก็เลยพัวพัน ออกไปไม่ได้

แม่ประกันเท่าไหร่?
แหม่ม : “ยังไม่ทราบค่ะ ตอนนี้แม่อยู่ที่ศาล”

อยู่ในสายกับคุณเอ เป็นญาติรปภ. ผู้เสียชีวิต เป็นพี่ของรปภ.?
เอ : “ใช่ค่ะ”

ครอบครัวเป็นยังไงบ้าง?
เอ : “อยู่ในอาการโศกเศร้าค่ะ แม่กำลังเดินทางเอาศพน้องกลับไปจ.ตากค่ะ”

เห็นคุณเอให้สัมภาษณ์ว่าทางผู้เสียชีวิตเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร?
เอ : “ใช่ จริงๆ น้องสมาธิสั้น แล้วการที่หนูพูดว่าสติไม่ดี คือเราพูดตามความเคยชินของเรา แต่มีบางสำนักมาถามหาใบจิตเวช มาถามหายาที่น้องกิน เราก็รู้สึกว่าเฮ้ย มันรุนแรงขนาดนันเลยเหรอ มันไม่ใช่ น้องไม่ต้องรับการรักษาขนาดนั้น น้องไม่ได้เป็นขนาดนั้น ภาษาทางการคือน้องสมาธิสั้น”

ตอนแรกที่ข่าวออกมา คือมีสำนักข่าวรายงานว่าน้องเราสติไม่ดี?
เอ : “ใช่ ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่อย่างนั้น ความหมายคือน้องสมาธิสั้น การที่พี่พูดอย่างนั้นแล้วพวกสื่อไปตีความว่าน้องรักษาพวกจิตเวช ต้องกินยา มีใบอะไรมันไม่ใช่”

ตอนนี้ทางลูกสาวของป้าพะเยา คนก่อเรื่องนั่งอยู่ในรายการ เรื่องนี้พี่แหม่มอยากบอกอะไรกับทางญาติ?
แหม่ม : “อยากขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะว่าทางแม่เองก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาถึงแก่ชีวิต เพียงแค่อยากให้เขาเจ็บและหยุดการกระทำเพราะเขาไมลดละพวกเรา และพวกเราก็สู้เขาไม่ได้ค่ะ”

มุมมองอยากบอกเขาแบบนี้เหรอ?
แหม่ม : “อยากขอโทษเขาค่ะ อยากขอโทษว่าเราไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องร้ายแรงแบบนี้”

พี่เอมองไง?
เอ : “สามรุมหนึ่ง ทำไมต้องเอามีดมาแทง มาอะไร มันเป็นภาพที่หดหู่นะพี่ เห็นแล้วเสียใจกันทุกคน น้องเราโดนรุม แต่อย่างว่าคนเป็นพูดได้ คนตายพูดไม่ได้พี่ สามรุมหนึ่งเขายังพูดว่าเขาสู้ไม่ได้ แต่ของเราคนเดียว แล้วน้องเราแขนน่าจะไม่ดีข้างนึงถ้าจำไม่ผิด น้องโดนน้ำร้อนลวก เหมือนเส้นยึดข้างนึง”

พี่เอจะดำเนินการให้ถึงที่สุด?
เอ : “ใช่ค่ะ ดำเนินการเอาเรื่องให้ถึงที่สุดค่ะ”

มีอะไรอยากฝากบอก?
เอ : “ไม่มีอะไรอยากฝากบอกค่ะ”

พี่เอแกไม่สบายใจ เพราะตอนแรกมีสำนักข่าวไปเสนอว่าน้องสติไม่ดี แต่จริงๆ ไม่ใช่ แกบอกว่าน้องมีสมาธิสั้น แล้วก็บอกว่าสามรุมหนึ่งจะบอกว่าสู้ไม่ได้อีกหรือ?
แหม่ม : “แต่พี่ก็ไม่ได้รุมเขานะ ไม่ได้เข้าไปหาเขานะ พี่ก็โดนกันเหมือนกัน ครั้งแรกที่เข้าไปจะห้ามเขา เตือนสติเขาว่าเป็นพนักงานนะ อย่าทำแบบนี้ แต่เขาเงื้อมมือใส่พี่ก่อน พี่มีเด็กก็ต้องสู้”

รณณรงค์ : “จังหวะไหนที่ไปเตือนสติ”

แหม่ม : “ที่เดินเข้าไป ก็ห้ามเขาแล้ว บอกเขาแล้วว่าอย่าทำ พี่ด่าตั้งแต่ลงจากรถ แต่เขาไม่หยุด ถามว่าเราเป็นลูกเห็นเขาทำแบบนี้กับพ่อแม่เราจะหยุดได้เหรอ เราก็ต้องกันบ้างให้เขารู้สึกเจ็บบ้าง ว่าเขาทำรุนแรงเกินไปนะ แล้วเขาก็สู้ไม่ได้อยู่แล้ว”

รณณรงค์ : “แต่เราทำให้เขาเสียชีวิตนะครับ”

แหม่ม : “ใช่ค่ะ ผลที่เราเสียหายคือเราทำให้เขาเสียชีวิต เขาเสียหายถึงแก่ชีวิต โดยวันที่เกิดเรื่องแม่ยังไม่รู้เรื่องเลยว่าเขาเสียชีวิต ไปรู้ที่สน.”

รณณรงค์ : “แต่เขานอนเสียชีวิตอยู่แถวนั้นนะ”

แหม่ม : “เราไม่เห็นค่ะ เพราะว่ามีรปภ. ดึงเข้าไปข้างใน เขาก็เดินเข้าไปปกติ”

กรณีนี้เข้าข่ายไหน?
รณณรงค์ : “อย่างแรกถ้าเป็นเรื่องทะเลาะวิวาทจะชอบอ้างว่าอีกฝั่งนึงเปิดก่อน ทำร้ายร่างกายก่อนเขาถึงป้องกันตัว แต่ในทางกฎหมาย การอ้างแบบนั้น ต้องดูพฤติกรรมหลายๆ อย่างประกอบด้วย อย่างกรณีนี้ ต่างฝ่ายต่างมีเรื่องกัน พร้อมมีเรื่อง เรียกว่าสมัครใจทะเลาะวิวาท ในระหว่างการวิวาทในทางกฎหมายจะมาอ้างบันดาลโทสะก็ไม่ได้ มาอ้างป้องกันตัวก็ไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างพร้อมเข้าไปสู่ความเสี่ยงภัยเอง ทีนี้การทำร้ายร่างกาย ต้องแยกกันว่าทำร้ายหนัก ทำร้ายเบาเหรือเอาให้ตาย เรื่องนี้ถ้าไม่มีมีดทุกอย่างจบ ไม่ต้องมามีอะไรสูญเสียขนาดนี้ แต่เมื่อมันมีมีด ต้องบอกอย่างหนึ่งว่าการแทงถึง 2 ครั้ง ศาลฏีกาบอกเลยว่าเจตนาฆ่า ครั้งแรกข้างหน้า ครั้งที่สองข้างหลัง การแทงหนึ่งครั้งถ้ามันเป็นที่สำคัญก็เป็นเจตนาฆ่าเหมือนกัน ทีนี้ประเด็นที่ทนายความต่อสู้กันในศาล เขาจะดูอย่างเดียว ตำแหน่งที่แทง ถ้าแผลเดียวเขาจะต่อสู้ว่าไม่ตั้งใจทำให้ตาย เพราะอัตราโทษต่างกัน แต่กรณีเนื่องจากแทงสองรอบ มันเถียงไม่ได้เลย ว่าตั้งใจทำร้ายร่างกาย หรือให้หยุดอยู่ตรงนั้น อันนี้คือตั้งใจเอาให้ตายเลย”

ถ้าเขาบอกว่าพ่อแม่เขาสูงอายุ?
รณณรงค์ : “ขอโทษอย่างนึงนะ คนแก่ทำผิดก็ต้องโดนจับ ถ้ากฎหมายบอกว่าไปแทงใครแล้วไม่ต้องรับผิดชอบมันไม่ใช่ เพียงแต่ว่าเมื่อสำนึกผิดเข้าไปอยู่ในเรือนจำ กรมราชทัณฑ์เขาจะมีวิธีดูแลผู้สูงวัยอีกแบบนึงเท่านั้นเอง แต่ก็ต้องติดคุกนะครับ”

พี่แหม่มทราบมั้ยว่าล่าสุดคุณแม่รปภ.ที่เสียชีวิต แม่เสียใจมาก บอกว่าโซ่ขาดจากชีวิตเลย วันนี้ลูกชายตายไปเหมือนโซ่ขาด ทั้งเนื้อทั้งตัวมีตังค์แค่ 44 บาท การที่พี่มีเด็กอยู่ในตัว แล้วการเข้าไปลุยกับรปภ. ไม่กลัวอันตรายเกิดกับเด็กเหรอ?
แหม่ม : “ก็ไม่มีใครช่วย พี่ก็กลัวพ่อแม่พี่ตายเหมือนกัน เราก็ไม่รู้เขาจะแค่ไหน เพราะเขาก็ลุแก่โทสะ เขาก็โมโหมากเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่ไปเอามีดมาตอนไหน พี่ก็ไม่เห็น”

โซเชียลมองว่าการที่พ่อแม่พี่ทำแบบนี้ มันไม่ถูกต้อง?
แหม่ม : “ก็อยากขอวอนให้เข้าใจมุมเราบ้าง ถ้าทุกคนอยู่จุดนั้นจะทำยังไง เพราะไม่มีใครช่วยเรา แล้วพ่อโดนตีแม่ก็เข้าไปช่วย เขาก็กลัวผัวเขาตายเหมือนกัน พอแม่เขาเข้าไปช่วย เขาก็ตีแม่เหมือนกัน มันก็พัวพันอยู่อย่างนี้”

กรณีพี่รปภ.หันหลังเดินกลับไปทำไมเอามีดไปแทงอีก?
แหม่ม : “อันนี้พี่ไม่เห็นช็อตนี้ ตอนนั้นพี่โทรศัพท์อยู่”

มองยังไง?
รณณรงค์ : “ถ้าผมเป็นญาติรปภ. ผมดำเนินคดีทั้งสามคนเลย ไม่ใช่เอาเฉพาะแม่ เอาทั้งลูกด้วย แยกดำเนินคดีกันไป เอาให้หมดทั้งบ้านเลย เพราะร่วมกันหรือเปล่า ไม่ใช่เอาเฉพาะแม่นะ”

น่าจะเข้าไปขอโทษเขาด้วยความจริงใจ หยุดมุมที่คิดว่าเราถูกกระทำ?
รณณรงค์ : “วันนี้แม่รปภ.เขาพูดคุยกับแม่เขาไม่ได้แล้ว แต่วันนี้คุณยังไปคุยกับแม่ที่เรือนจำได้ อะไรคือความแตกต่างของเรื่องนี้ อยากให้คิดดู เราจะเข้าใจว่าคนนึงไม่มีโอกาสคุย ไม่มีโอกาสแก้ตัวเลยนะว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น แล้วแม่เขาก็ไม่มีโอกาสคุยกับลูกเขาแล้ว”

อยากบอกว่าสังคมโซเชียลที่ถล่มด่าก็ให้เพลาๆ หน่อย?
แหม่ม : “ค่ะ เพราะเราก็หนักอยู่แล้ว”

แต่โซเชียลเขาก็มองว่าฝั่งโน้นก็สูญเสียนะ หนักกว่าพี่ที่ถูกด่าอีก ต้องยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น?
แหม่ม : “ค่ะ”

ตอนนี้แม่ต้องประกันตัวเท่าไหร่?
แหม่ม : “ตร.บอกว่า 5 แสนที่โรงพัก แต่ที่ศาลเรายังไม่รู้”

มีตังค์ไปประกันมั้ย?
แหม่ม : “ไม่มีเลย”

แล้วจะทำยังไง?
แหม่ม : “ต้องรอดูต่อไป พี่ไม่รู้กระบวนการทางกฎหมายด้านนี้ ถ้าไม่มีเงินก็ตามสภาพ เราก็ไปเยี่ยมเขาเอา แม่เป็นหัวหน้าครอบครัว พี่ก็มีครอบครัวและภาระของพี่ พ่อเขาก็ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ ไม่ได้เต็มที่เท่าแม่”

อยากบอกอะไร?
รณณรงค์ : “ถ้าวินาทีนั้นไม่หยิบมีดมา จะไม่เกิดความสูญเสีย ฝากเป็นอุทาหรณ์ อย่าใจร้อน อย่าอารมณ์เสียง่าย ต่อให้มีอาวุธก็เก็บไว้ที่เดิมนั่นแหละ ไม่งั้นวันนึงคนนึงติดคุกไม่รู้จะทั้งชีวิตหรือเปล่า ส่วนคนนึงเสียชีวิต”

อ่านต่อ