ด่วน! ชายหนุ่ม 2 คน กราดยิง กลางเมืองนครปฐม รัว 30 นัด



14 กุมภาพันธ์ 63 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุชาย 2 คน ใช้อาวุธปืนกราดยิงหน้าประตู บริเวณร้านช่างแมวกลางเมืองนครปฐม กว่า 30 นัด ก่อนจะใช้อาวุธปืนจ่อหญิง และกระชากขึ้นรถยนต์เก๋งสีขาวหลบหนีไป


เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บปลอกกระสุนไว้เป็นหลักฐาน และสั่งชุดสืบสวนเร่งติดตามผู้ก่อเหตุ สาเหตุสันนิษฐานอาจจะมาจากความหึงหวง

ภาพเหตุการณ์

ภาพเหตุการณ์

ส่วนเมื่อช่วงเช้าเกิดเหตุ นายเอกชัย จารึกศิลป์ อายุ 48 ปี เจ้าของร้านขายอุปกรณ์และเสื้อผ้ากีฬา ยิงปืนรัวกว่า 40 นัด ภายในบริเวณซอยจุฬา 10 กระทั่ง เวลาประมาณ 10.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถระงับเหตุได้ก่อนนำตัวผู้ก่อเหตุสอบปากคำ


คืบหน้าล่าสุด 12.30 น. ที่สน.ปทุมวัน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ต้องหามีอาวุธปืนครอบครอง 4 กระบอก ใช้ในการก่อเหตุ 2 กระบอก เป็นปืนชนิดโคลท์ .45 และปืนกล็อก 9 มม. โดยยิงแบบไร้ทิศทางประมาณ 30 ถึง 40 นัด

ซึ่งขณะนี้ เตรียมจะเสนอขอเพิกถอนใบอนุญาตถือครองอาวุธปืนของผู้ต้องหาทั้งหมด ขณะเข้าจับกุมจนท.ตำรวจใช้เวลาเกลี้ยกล่อมประมาณ 1 ชม. ผู้ต้องหาจึงยอมมอบตัวโดยจนท.กองพิสูจน์หลักฐาน อยู่ระหว่างตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ

เบื้องต้น จากการพูดคุยกับผู้ต้องหา พบว่ามีอาการปกติและอารมณ์เย็นลง ระบุว่า สาเหตุที่ยิงนั้นเป็นเพราะมีปัญหาส่วนตัว ปัญหาครอบครัวและการค้า จากนี้จะส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจเพิ่มเติม

ซึ่งตำรวจเตรียมแจ้งข้อหา พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ และยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างตรวจสอบ เพราะไม่ทราบว่ากระสุนปืนออกไปนั้นไปตกกระทบทรัพย์สินผู้ใดหรือไม่

ส่วนกรณีพฤติกรรมเลียนแบบเหตุกราดยิงที่เทอร์มินัล 21 โคราช หรือไม่ รอง ผบช.น.ระบุว่าจากการสอบถามผู้ต้องหา ระบุว่ายิงปืนไปเพื่อระบายความเครียดเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาก่อเหตุยิงผู้ใดจึงฝากขอโทษสังคมด้วย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าก่อนหน้านี้วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุเคยยิงปืนขึ้นฟ้ามาแล้ว 5 นัด แต่ไม่มีใครแจ้งเหตุเพราะสงสารและเห็นใจผู้ก่อเหตุ เนื่องจาก ประสบปัญหาทางธุรกิจ ผู้ต้องหาเพิ่งให้ลูกเมียออกจากอาคารพานิช และ ให้ลูกน้องอกจากงานทั้งหมด ขณะที่อุปนิสัยส่วนตัวผู้ก่อเหตุเรียบร้อย นิสัยดีแต่งตัวสุภาพ หลังเกิดปัญหาธุรกิจ ก็เก็บตัวในอาคารที่เกิดเหตุไม่พูดคุยกับใครจนกระทั่งเกิดเหตุในวันนี้