ด่วน! 14.00 น. นายกฯ แถลง ประกาศ พรก.ฉุกเฉิน

ด่วน! 14.00 น. นายกฯ แถลง ประกาศ พรก.ฉุกเฉิน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่าวันนี้(24 มี.ค.) เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะแถลงการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อแก้ไขการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ทั้งนี้ในช่วงเช้าก่อนเข้าประชุมครม.พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถามที่ถามว่าวันนี้จะพิจารณาประกาศใช้พพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือให้อำนาจทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน นายกฯ กล่าวว่า รอก่อนใจเย็นๆ รอประชุมก่อนนะ เมื่อถามว่า วันนี้จะเป็นวันแรกในการรวมศูนย์แถลงข่าวจากกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงต่างๆ นายกฯ กล่าวยอมรับว่า ใช่ขณะที่กรมประชาสัมพันธ์ แจ้งว่าตั้งแต่วันนี้(24 มี.ค 63 ) เวลา 14.00 น. NBT 2HD จะปรับเป็นสถานีแม่ข่าย COVID Channel จะเป็นแม่ข่ายในการแถลงข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิค ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจะมีการแถลงเพียงแห่งเดียว และเพื่อลดการแออัด การรวมตัวของผู้ของผู้สื่อข่าวและช่างภาพ ตามมาตรการรัฐบาล ท่านไม่ต้องส่งผู้สื่อข่าว ช่างภาพไปทำข่าวเกี่ยวกับโควิค ที่ ทำเนียบ รัฐบาล แต่สามารถ ดึงภาพจาก NBT ไปใช้ได้เลย ส่วนภาพนิ่ง ทาง กปส.และสำนักโฆษกจะแชร์ภาพและ infographic ในการแถลง ส่งให้ โดยจะส่ง link ให้ทางนี้ หรือ ติดตามข้อมูลได้ที่ www.thaigov.go.th หรือ FB ศูนย์ข้อมูล COVID19

 

Loading...

สำหรับสาระสำคัญของพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มีทั้งหมด 19 มาตรามาตรา 4 ในพระราชกำหนดนี้ “สถานการณ์ฉุกเฉิน” หมายความว่า สถานการณ์อันกระทบ หรือ อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือ เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือ อาจทำให้ประเทศ หรือ ส่วนใดส่วนหนึ่งของประเทศตกอยู่ในภาวะคับขัน หรือ การกระทำความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา การรบ หรือ การสงคราม ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย เอกราชและบูรณภาพแห่งอาณาเขต ผลประโยชน์ของชาติ การปฏิบัติตามกฎหมาย ความปลอดภัยของประชาชน การดำรงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชน การคุ้นครองสิทธิเสรีภาพ ความสงบเรียบร้อยหรือประโยชน์ส่วนรวม หรือ การป้องปัดหรือแก้ไขเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาอย่างฉุกเฉินและร้ายแรงมาตรา 5 วรรคสอง

 

การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับตลอดระยะเวลาที่นายกรัฐมนตรีกำหนด “แต่ต้องไม่เกินสามเดือนนับแต่วันประกาศ”ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลาให้นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศขยายระยะเวลาการใช้บังคับออกไปอีกเป็นคราว ๆ คราวละไม่เกินสามเดือนมาตรา 5 วรรคสาม เมื่อสถานการณ์ฉุกเฉินสิ้นสุดลงแล้ว หรือ เมื่อคณะรัฐมนตรีไม่ให้ความเห็นชอบ หรือ สิ้นสุดกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้นายกรัฐมนตรีประกาศยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นมาตรา 6 ให้มีคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินคณะหนึ่ง ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการมาตรา 9 ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงได้โดยเร็ว หรือ ป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น

ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกข้อกำหนด(1) ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือ เป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น(2) ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย(3) ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวหรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน(4) ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ(5) ห้ามการใช้อาคาร หรือเข้าไปหรืออยู่ในสถานที่ใด ๆ(6) ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนดังกล่าว หรือห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ที่กำหนดมาตรา 18 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกมาตรา 9 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ